ตรงหน้าคือซาลาแมนเดอร์ภูเขาตัวมหึมา ผิวสีน้ำตาลดำเต็มไปด้วยลวดลายกระดำกระด่างไม่เป็นระเบียบ หัวแบนกลม มีขาสั้นสี่ข้าง และหางแบนด้านข้าง
ตั้งแต่หัวจรดหางยาวอย่างน้อยครึ่งช่วงแขน หนักเกือบ 3 ชั่ง!
ซาลาแมนเดอร์ภูเขาไม่ใช่ปลา แต่เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ชอบอาศัยอยู่ในลำธารใสสะอาด ออกหากินกลางคืนและหลบซ่อนตอนกลางวัน
เนื้อของเจ้าสิ่งนี้นุ่มละเอียด รสชาติอร่อย เป็นของป่าหายาก โรงเตี๊ยมในตลาดซื้อขายกันตัวละร้อยอีแปะขึ้นไป ถ้ารูปร่างหน้าตาดีก็อาจขายได้ถึงตัวละ 150 อีแปะ
“เสี่ยวจิ่ง อย่าปล่อยมือ!”
กวนหนิงพุ่งเข้าไป ใช้สองมือจับท้ายทอยของซาลาแมนเดอร์ภูเขาไว้แน่น แล้วช่วยน้องชายลากมันขึ้นจากน้ำ เจ้าสิ่งนี้แรงเยอะมาก ทั้งยังลื่นปรื๊ด หลุดมือไปหลายครั้ง
หลิวซื่อก็รีบตามมา ใช้ถุงใส่ของรองรับครึ่งล่างของมัน ทั้งสามคนช่วยกันยัดซาลาแมนเดอร์ภูเขาลงในถุงป่านเนื้อหนา
“เก่งมาก ไอ้หนู!”
กวนหนิงขยี้หัวน้องชายสองสามที “มันซ่อนอยู่ในถ้ำหิน กลางวันไม่ค่อยโผล่หัวออกมาหรอก นับว่าเจ้าโชคดี”
ทั้งสามเดินวนอยู่ในหุบชิงเหยียนอีกเกือบครึ่งชั่วยาม กวนหนิงพบเห็ดต้นชากอเล็ก ๆ ใกล้รากต้นโอ๊กเก่าแก่ต้นหนึ่ง หลังจากตรวจดูอย่างละเอียดจนแน่ใจว่าไม่มีพิษ นางก็ค่อย ๆ ตัดก้านเห็ดตรงโคน แล้วเก็บมาทั้งดอก
เห็ดต้นชาราคาแพงกว่าเห็ดทั่วไป แต่มีอยู่น้อยเหลือเกิน เก็บกอเล็ก ๆ นี้แล้วได้มาแค่ครึ่งชั่งกว่า
ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น แสงในป่าก็สว่างขึ้นมาก แต่ความอบอ้าวก็เพิ่มตามมาด้วย
“ได้เวลากลับแล้ว” กวนหนิงเงยหน้ามองท้องฟ้า
“ถ้าช้ากว่านี้แดดจะแรง เดินทางไม่สะดวก”
คนในครอบครัวเก็บข้าวของแล้วออกเดินทางกลับ ตอนมา ตะกร้าสะพายหลังของแต่ละคนมีแต่ถุงเปล่ากับเสบียง ส่วนขากลับกลับเต็มแน่นทุกใบ
เมื่อถึงบ้านก็ใกล้เที่ยงแล้ว จางฉือกลับจากโรงเรียนและทำอาหารกลางวันเสร็จพอดี พอเห็นทุกคนเข้าประตูมา เขาก็เข้าไปช่วยขนของลง
“ไม่ได้ไปตลาดเลยหรือ?”
ปกติเวลากวนหนิงได้ของจากบนเขา หากไม่กลับบ้านตอนเที่ยง ก็จะอ้อมออกจากหมู่บ้านไปตลาดเลย
