“ท่านแม่ พวกท่านจะไปไหนกันหรือ?”
กวนหนิงกับจางฉืออยู่ไม่ไกลจากบ้าน เห็นหลิวซื่อกับกวนจิ่งรีบร้อนออกจากบ้าน ทั้งสองเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดิน เห็นได้ชัดว่าไม่ทันสังเกตกวนหนิงกับจางฉือ
หลิวซื่อได้ยินเสียงก็เงยหน้าพรวด เห็นบุตรสาวยืนมองนางอย่างสงสัยอยู่ไม่ไกล
นางโมโหจนอยากทุบตีอีกฝ่าย
แต่พอนึกได้ว่าตอนนี้อยู่นอกบ้าน หากพูดอะไรออกไป ไม่แน่ว่าเพื่อนบ้านจะได้ยิน
“กลับไปค่อยว่ากัน” นางแค่นเสียงฮึดฮัดแล้วหันกลับเข้าบ้านก่อน
กวนหนิงกับจางฉือสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินตามมารดาเข้าไป
กวนหนิงยังไม่ทันได้วางตะกร้าสะพายหลังลง มารดาก็คว้าแขนนางไว้แล้วฟาดเสียสองทีอย่างแรง “อยากตายหรือ กลับมาค่ำป่านนี้ ดูสิว่านี่กี่ยามแล้ว”
กวนจิ่งพูดเสริมอยู่ข้าง ๆ ว่า “พี่หญิง ท่านแม่เห็นฟ้ามืดสนิทแล้วยังไม่เห็นพวกพี่กลับมา ก็ร้อนใจ เตรียมจะไปบ้านเก่า ให้ท่านลุงใหญ่ ท่านลุงรองกับพี่ชายลูกพี่ลูกน้องขึ้นเขาไปตามพวกพี่แล้ว”
หัวใจกวนหนิงพลันอุ่นวาบ นางวางตะกร้าลงแล้วกอดแขนมารดา เอ่ยขอโทษ
“ขออภัยเจ้าค่ะ พวกเรากะเวลาไม่ดี”
“ฮึ ตอนนี้เจ้าเป็นคนดูแลบ้านแล้ว จะมีความผิดอะไรได้เล่า”
จางฉือเอ่ยขึ้นเช่นกัน “ขออภัย ข้าลืมเตือนอาหนิง”
คำว่า “อาหนิง” ที่เขาเรียกฟังเป็นธรรมชาติเสียเหลือเกิน กวนหนิงอดเหลือบมองเขาไม่ได้ น่าเสียดายที่ฟ้ามืดเกินไป จึงมองไม่เห็นสีหน้าของจางฉือว่ามีอะไรบ้าง
“ท่านแม่ ข้าหิวแล้ว หุงข้าวหรือยังเจ้าคะ?”
