“เจ้ามองอะไรอยู่หรือ?” นางถาม
กวนหนิงไม่เคยคิดจะปิดบังเรื่องที่ตนอ่านออกเขียนได้จากจางฉือ เจ้าของร่างเดิมเป็นบุตรีของบัณฑิตซิ่วไฉ ตอนที่บิดายังมีชีวิตอยู่ เขามักสอนนางอ่านหนังสือ
ส่วนเจ้าของร่างเดิมเรียนรู้ไปได้มากน้อยแค่ไหน มีเพียงบิดาที่ล่วงลับไปแล้วของกวนหนิงเท่านั้นที่รู้ หลิวซิ่วเหอไม่รู้หนังสือ พอเห็นตัวอักษรก็เวียนหัว
ส่วนกวนจิ่งน่ะหรือ เด็กคนนี้ยังไม่ถึงวัยเริ่มเรียนหนังสือด้วยซ้ำ บิดาก็จากไปเสียก่อน
ดังนั้น ก่อนจางฉือจะเข้ามาในบ้าน คนเดียวที่อ่านหนังสือออกก็คือกวนหนิง
จางฉืออ้าปาก แต่สุดท้ายก็อดทักท้วงตัวอักษรที่นางเขียนผิดไม่ได้ “ตัวอักษรบนนี้มีหลายตัวที่เขียนผิด”
กวนหนิงตอบคำพูดของจางฉืออย่างเป็นธรรมชาติ “ท่านพ่อข้าจากไปตั้งแต่ข้ายังเด็ก ตัวอักษรหลายตัวข้าจำได้แค่ราง ๆ เท่านั้น อ่านออกก็นับว่าไม่เลวแล้ว”
จางฉือพยักหน้า เชื่อคำพูดนั้น
“คืนนี้ไม่ไปเก็บลอบดักปลาแล้วหรือ?”
“พรุ่งนี้เถอะ”
“แต่วันนี้ข้าเจอไข่เป็ดป่าในดงกกอีกแล้ว ไม่แน่พรุ่งนี้อาจมีคนอื่นเก็บไปเสียก่อน”
ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอีก กวนหนิงลุกขึ้นสวมรองเท้าทันที “ไป ๆ ไข่เป็ดสำคัญที่สุด”
เหนื่อยหรือ?
ไม่มีทาง
ทั้งสองถือถังไม้เดินออกจากบ้าน
จางฉือคุ้นเคยกับการเก็บและวางลอบดักปลาเป็นอย่างดีแล้ว ไม่ต้องให้กวนหนิงคอยชี้แนะ นางจึงไม่จำเป็นต้องลงน้ำ
“เจ้ารออยู่ตรงนี้ ข้าจะลงไปเอง”
กวนหนิงฝากความหวังไว้กับลอบดักปลาอย่างมาก นางแค่อยากได้กุ้งแม่น้ำอีกสักลอบ แล้วเอาไปขายที่เหลาอาหารฝูหม่านเพื่อหาเงินอีกก้อน
