คืนนี้มีเมฆดำบาง ๆ บดบังแสงจันทร์ ทำให้มองทางไม่ค่อยชัด
กวนหนิงกับจางฉือแทบไม่เคยเดินทางชนบทตอนกลางคืนโดยไม่จุดตะเกียง คราวนี้จึงเดินสะดุดไปตลอดทาง
ทั้งสองเกือบพลัดตกคันนาอยู่หลายครั้ง
“ระวัง”
ตอนกวนหนิงเซถลาเป็นครั้งที่สาม จางฉือก็คว้ามือนางไว้ แล้วจูงไปตลอดทาง
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กระอักกระอ่วนกันขนาดนี้ พอถูกเขาจูงมือ กวนหนิงย่อมรู้สึกเก้อเขิน
แต่ทางเดินลำบากจริง ๆ นางก็ไม่อยากตกลงไปในนา จึงได้แต่พยายามผ่อนคลายร่างกาย
เมื่อเดินมาถึงจุดที่ทำเครื่องหมายไว้ นางกำลังจะถอดรองเท้าลงน้ำ จางฉือก็ชิงพูดขึ้นก่อน “เจ้ายืนรอรับอยู่ตรงนี้”
เขาไม่รู้วิธีวางลอบดักปลา แต่ยกขึ้นจากน้ำไม่ยาก
“ได้ ท่านระวังด้วย”
กวนหนิงตั้งตารอลอบดักปลาสองอันมาก ช่วงสองสามวันมานี้นางอยากกินจนแทบอดใจไม่ไหว
ของที่ได้จากลอบอันแรกไม่เป็นไปตามที่หวัง มีเพียงกุ้งตัวเล็ก ๆ กับปลาตะเพียนขนาดเท่าฝ่ามือสามตัว
จางฉือเดินไปยังจุดทำเครื่องหมายอันที่สอง พอลอบยังไม่พ้นน้ำ เขาก็สัมผัสได้แล้วว่าน้ำหนักต่างจากอันแรก
“มีของดีอยู่” เขาบอก
“จริงหรือ?”
ท่ามกลางความมืด ดวงตาของกวนหนิงเป็นประกาย แม้จางฉือจะมองไม่เห็น แต่เขากลับรู้ได้
เมื่อยื่นลอบอันที่สองให้กวนหนิง นางก็อาศัยแสงจันทร์ริบหรี่ก้มดูของที่ได้ข้างใน
มีปลาไหลตัวใหญ่สองตัวกับกุ้งปูอีกจำนวนหนึ่ง
พอขึ้นฝั่ง จางฉือเห็นปลาไหลตัวยาวสองตัวอยู่ในถังน้ำ สีหน้าเขาก็แข็งค้างเล็กน้อย เขาแอบเอามือถูเสื้อผ้าอย่างแนบเนียน
