พ่อบ้านรับคำสั่ง แล้วนำบ่าวชายออกค้นหาทั่วจวนทันที
หลังจากรื้อค้นหีบห่อและตรวจสอบอยู่พักใหญ่ ก็พบว่ามีคนหายไปจากจวนหนึ่งคน นั่นคือฮูหยินหลี่
แม่นมผู้ดูแลจวนไปยังเรือนของฮูหยินหลี่ ทว่าภายในห้องกลับว่างเปล่า ไม่พบร่องรอยของนาง
พ่อบ้านกลับมารายงานโดยพลัน “ท่านโหว! อนุหลี่หายตัวไปแล้ว! ข้าวของมีค่าภายในห้องของนางหายไปหมดแล้วขอรับ!”
เมื่อได้ฟังรายงาน ต่อให้เสิ่นซงโง่เขลาเพียงใดก็รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น เหตุใดจึงเป็นนาง? เหตุใดต้องเป็นนางด้วย?
พวกเขาอยู่ด้วยกันมาสิบปี สตรีผู้นั้นอ่อนโยนดุจสายน้ำ ทั้งยังมีจิตใจเมตตายิ่ง นางจะกวาดทรัพย์สินของจวนโหวไปได้อย่างไร?
ฮูหยินหยางด่าทอ “นังหญิงแพศยาผู้นั้น ข้าก็บอกแล้วว่านางเข้าจวนมาโดยมิได้หวังดี!”
เสิ่นซงกัดฟันกล่าว “คนมา! ไปแจ้งทางการ ปิดประตูเมืองเสีย! ต่อให้ต้องขุดดินลึกสามฉื่อ ก็ต้องลากตัวนังสารเลวนั่นออกมาให้ข้า!”
ถึงเขาจะชอบนาง แต่เมื่อเทียบกับจวนโหวแล้ว สตรีผู้นั้นจะนับเป็นสิ่งใด?
เขาจะจับนางกลับมา แล้วทรมานนางให้สาสม! ให้นางอยากมีชีวิตก็ไม่ได้ อยากตายก็ไม่สำเร็จ!
ยามนั้น นอกเมืองบนทางหลวง มีรถม้าคันหนึ่งคลุมหลังคาผ้าสีเขียวจอดอยู่ริมป่าทึบ ดูไม่สะดุดตา ฮูหยินหลี่ก้าวลงจากรถอย่างแช่มช้า
ในป่ามีเงาดำสายหนึ่งรออยู่ก่อนแล้ว
“แม่นางหลี่ เตรียมเรือที่จะมุ่งลงใต้ไว้แล้ว สิ่งที่พวกเราต้องการ เจ้านำออกมาได้หรือไม่?”
