วันถัดมา ณ ร้านจิ่นซิ่วฟาง
ได้ยินว่าฉู่ชิงเกอจะมาที่ร้านจิ่นซิ่วฟาง คุณหนูตระกูลขุนนางหลายคนจึงพากันมาดูเรื่องครึกครื้น
พวกนางอยากเห็นว่าเด็กสาวกำพร้าแห่งตระกูลฉู่ผู้เป็นข่าวลือมีหน้าตาเช่นไร
ฉู่ชิงเกอสวมกระโปรงสีขาว ยืนมองผ้าไหมหลากผืนบนชั้นวางสินค้า
คุณหนูหลายคนในร้านต่างลอบคาดเดาว่าสตรีผู้นี้เป็นใคร เหตุใดจึงงดงามถึงเพียงนี้
ปลายนิ้วของฉู่ชิงเกอกำลังจะแตะผ้าไหมลายระยับผืนหนึ่ง ก็ถูกคนปัดออกเสียก่อน
“ข้าต้องการผ้าผืนนี้” เสียงแหลมดังขึ้น ผู้มาใหม่คือฮูหยินหยาง ภรรยาของโหวหย่งหนิง
เมื่อเห็นฉู่ชิงเกอสวมชุดเรียบง่าย ฮูหยินหยางก็คิดว่านางคงไม่ใช่คุณหนูจากตระกูลใหญ่ จึงน่ารังแก
ช่วงนี้ชื่อเสียงของจวนโหวหย่งหนิงเสื่อมเสียย่อยยับ วันนี้นางจึงตั้งใจจะเชือดไก่ให้ลิงดู สตรีแต่งกายธรรมดาตรงหน้าผู้นี้เป็นเป้าหมายที่เหมาะที่สุด
“ท่านแม่ ผ้ายวิ๋นจิ่นผืนนี้เนื้อดีไม่น้อย ซื้ออีกสักหลายผืนเถิด ข้าจะนำไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ” เสิ่นอีอีเอ่ยเสียงออดอ้อนอยู่ข้างกาย
ฉู่ชิงเกอมองสองแม่ลูกฮูหยินหยางด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เมื่อเห็นฉู่ชิงเกอสงบนิ่งเช่นนี้ ฮูหยินหยางก็ขัดใจยิ่งนัก จึงตวาดใส่เถ้าแก่ร้านว่า “เถ้าแก่ ร้านจิ่นซิ่วฟางของเจ้าก็เป็นร้านชั้นนำแห่งหนึ่งในเมืองหลวง เหตุใดจึงปล่อยให้คนชั้นต่ำเช่นนี้เข้ามา ดูสภาพซอมซ่อของพวกนางสิ เหมือนจะมีกำลังซื้อหรือ?”
เถ้าแก่รู้ว่าฮูหยินหยางเป็นนายหญิงแห่งจวนโหวหย่งหนิง จึงรีบยิ้มประจบเข้ามาต้อนรับ “ฮูหยินโหวโปรดระงับโทสะ ร้านเล็กเปิดกิจการค้าขาย ผู้มาเยือนล้วนเป็นแขกทั้งสิ้นขอรับ”
แม้เถ้าแก่จะไม่รู้จักฉู่ชิงเกอ แต่ก็เป็นคนเจนจัด ไม่อยากล่วงเกินผู้ใดทั้งนั้น
เสิ่นอีอีแทรกขึ้นอย่างเอาแต่ใจ “เถ้าแก่ พวกเรามาเลือกซื้อสินเดิม นี่เป็นการค้าก้อนใหญ่ เจ้าไม่คิดทำการค้ากับจวนโหวของพวกเราแล้วหรือ? รีบไล่พวกสามัญชนต่ำต้อยนี่ออกไป!”
