เสิ่นจืออินใช้ลำพังทำให้เพื่อนร่วมห้องทุกคนหวาดกลัว
แม้แต่ขยะในห้องเรียนพวกนั้นยังให้พวกเขาทำความสะอาดจนหมดจด
กระทั่งคุณครูมาถึง ทุกคนไปฟ้อง ครูก็ทำเป็นมองข้าม
“เงียบกันหน่อยนะ ทำไมเพื่อนเสิ่นจืออินไม่ไปแกล้งห้องอื่นมาแกล้งพวกเธอห้องนี้ล่ะ พวกเธอไปทำอะไรใส่เธอหรือเปล่า”
ชั่วขณะนั้น นักเรียนทั้งห้องอึ้งไปหมด
คำพูดแบบนี้ ก่อนหน้านี้เคยใช้กับคนที่ถูกพวกเขารังแก
ตอนนี้กลับตาลปัตร ถึงได้รู้ว่ารสชาติมันแย่แค่ไหน
นักเรียนสองสามคนที่มีเลือดติดตัวกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
วันรุ่งขึ้น ผู้ปกครองของนักเรียนที่ถูกเธอซ้อมมาเรียกร้องความเป็นธรรม
รวมถึงตระกูลเสิ่นก็ส่งคนมา คนที่มาคือพี่ใหญ่ตระกูลเสิ่น
พ่อแม่ตระกูลเสิ่นได้ยินว่าเสิ่นจืออินก่อเรื่องที่โรงเรียนต้องเรียกผู้ปกครอง แถมเสิ่นชิงกลับบ้านมาร้องไห้ฟูมฟาย
พวกเขาโมโหสุดขีด แต่ก็แค่โมโห
แต่พอมาถึงคำถามว่าใครจะมาโรงเรียน ก็เริ่มผลัดกัน บ้างก็ติดธุระ บ้างก็ไม่ว่าง ไม่มีใครอยากมาโรงเรียน
ไอ้คนบ้าอย่างเสิ่นจืออินน่ะ กล้าตบพวกเขาต่อหน้าตำรวจด้วยซ้ำ ยังทำให้พวกเขาขายหน้าขนาดนั้น ต่อหน้าผู้ปกครองนักเรียนคนอื่นก็ต้องกล้าตบพวกเขาแน่
เรื่องถูกตบมันเพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน ความรู้สึกยังจำติดตัว ใครก็ไม่อยากลองอีก
แต่... พวกเขาก็สงสารเสิ่นชิง สุดท้ายพี่ใหญ่ตระกูลเสิ่นก็มา มาด้วยกันคือพี่สี่ตระกูลเสิ่น พี่ชายคนนี้ยังเรียนอยู่ที่โรงเรียน แต่สูงกว่าเสิ่นชิงหนึ่งชั้นปี เป็นคนดังของโรงเรียน
เสิ่นจืออินยังมาไม่ถึง ตอนแรกทุกคนมุ่งเป้าไปที่พี่ใหญ่ตระกูลเสิ่น เพราะยังไงเสิ่นจืออินก็เป็นคนตระกูลเสิ่น
เสิ่นชิงร้องไห้อ่อนแอแก้ต่างให้พี่ชายตัวเอง
“ลุงป้าน้าอาอย่าใจร้อนกันเลยนะคะ ถึงเรื่องนี้จะเป็นความผิดของบ้านเรา แต่... แต่พี่สาวไม่ยอมให้สั่งสอนเลยค่ะ คุณพ่อคุณแม่และพี่ ๆ ควบคุมเธอไม่ได้เลย เธอ... เธอที่บ้านก็เป็นแบบนี้ เมื่อวานยังตบพวกเราเลย แล้วก็ไม่กลับบ้านมาตลอด”
พูดพลางร้องไห้สะอึกสะอื้นน่าสงสารพลางโชว์รอยแผลบนตัวให้พวกเขาดู
พี่ใหญ่และพี่สี่ตระกูลเสิ่นมองด้วยความปวดใจ