“แม่ทัพมู่ไม่จำเป็นต้องพาคนไปด้วย เพียงไปลงนามประทับตราที่ค่ายของพวกเขาก็กลับมาได้”
เยี่ยนจิงยงกล่าวจบ ก็ยกมือชี้ไปยังกองทหารม้าศึกด้านหลัง
“ทหารม้าศึกต้าเจิ้งทั้งห้าพันนายของข้า จะรอแม่ทัพมู่กลับมาอย่างปลอดภัยอยู่ที่นี่”
หลินเฟิงลูบจมูกตนเอง ก่อนหันไปพยักหน้าให้จี๋เฟิงสิง
“ได้ พี่จี๋ พวกเราไปเยือนค่ายโจรสลัดกันสักรอบดีหรือไม่”
“จะไปที่ใดก็ได้”
จี๋เฟิงสิงนั่งอยู่บนหลังม้า มือทั้งสองซุกอยู่ในแขนเสื้อ ตอบอย่างไร้อารมณ์
“เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเจ้านำทางไปก่อน”
อิโต นากายะหัวเราะหึ ๆ แล้วหันหัวม้า โบกมือส่งสัญญาณให้กองทัพทั้งหมดถอยร่น
หลินเฟิงกับจี๋เฟิงสิงขี่ม้าคนละตัว ติดตามทหารม้าศึกโจรสลัดห้าพันนาย มุ่งหน้าไปยังค่ายของโจรสลัดอย่างเชื่องช้า
เยี่ยนจิงยงมองแผ่นหลังของเหล่าทหารม้าศึกที่ค่อย ๆ ห่างไกลออกไป แล้วผ่อนลมหายใจยาว
ในที่สุดก็ไม่ได้ผิดใจกับมู่ชวนต่อหน้าผู้คน มิฉะนั้นเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะหลบคมดาบว่องไวของคนผู้นี้ได้หรือไม่
เขาได้ยินมาว่าสิ่งที่มู่ชวนเชี่ยวชาญที่สุดคือการใช้ดาบอย่างรวดเร็ว แทบไม่เคยได้ยินว่ามีผู้ใดหลบพ้นได้
แม้ยามพูดคุยกับหลินเฟิง เยี่ยนจิงยงจะดูสงบนิ่งไร้คลื่นลม ทว่าภายในใจกลับขึงตึงราวสายธนู นิ้วมือที่จับด้ามดาบเอวซีดขาวไปหมด
แผ่นหลังเย็นวาบ เหงื่อซึมชุ่มเสื้อหนาหลายชั้น
เขาหันไปมองหอประตูเมืองลั่วเฉิงอันสูงตระหง่าน บนนั้นมีผู้คนยืนอยู่มากมาย เห็นเป็นเงาราง ๆ
เยี่ยนจิงยงรู้ว่าองค์รัชทายาทกำลังทอดพระเนตรอยู่บนหอประตูเมือง
ยามนี้เขายังถอยทัพไม่ได้ ต้องรอให้ฝ่ายโจรสลัดจับตัวมู่ชวนได้เสียก่อน พวกนั้นจึงจะส่งสัญญาหยุดรบมาให้
