เขามองออกแล้วว่าจี๋เฟิงสิงไม่ธรรมดา จึงไม่กล้าวางท่าอีก ลุกขึ้นกล่าววาจา
จี๋เฟิงสิงหัวเราะหึ ๆ “บอกฐานะของเจ้ามาก่อน”
ชายชุดดำถอดหมวกคลุมออก เผยให้เห็นใบหน้ายาวเรียว ดวงตาเรียวเล็กทั้งสองข้างฉายแววเหี้ยมเกรียมเย็นชา
หลินเฟิงตะลึง คนผู้นี้เขารู้จัก ที่แท้คือผู้อาวุโสใหญ่บากุริว ทันแห่งสำนักเท็นริชินบนเกาะอิงเหยียน
“สำนักเท็นริชิน บากุริว ทัน”
ขณะนั้นบากุริว ทันก็เอ่ยบอกฐานะและชื่อของตน
จากนั้นจึงหันไปมองหลินเฟิง
“เจ้าตกลงเป็นมู่ชวนหรือชูเฟิงถิงกันแน่?”
จี๋เฟิงสิงได้ยินดังนั้นก็ลอบยิ้มขื่น เด็กคนนี้เหตุใดจึงมีอีกฐานะหนึ่งขึ้นมาอีกแล้ว
หลินเฟิงยิ้มกล่าว “ที่แท้ก็ผู้อาวุโสใหญ่บากุริว ทัน ข้าชื่ออะไร พวกท่านเรียกตามสะดวกเถิด อย่างไรเสียก็เป็นข้าทั้งหมด”
“ข้านึกว่าเป็นผู้ใดถึงได้มีความสามารถนัก สังหารโทกุงาวะ อิเอฮิระ ทั้งยังก่อความวุ่นวายจนทั่วเมืองฟู่อันอยู่ไม่เป็นสุข ที่แท้ก็เป็นผู้บำเพ็ญตน เจ้าฝ่าฝืนกฎสำนักอย่างร้ายแรง ไม่รู้ว่าจะชี้แจงต่อสำนักอย่างไร?”
หลินเฟิงส่ายหน้า “ชี้แจงอันใดกัน ท่านบากุริว ทันเป็นผู้อาวุโสแห่งสำนักหนึ่ง มิได้เข้ามาพัวพันกับความขัดแย้งในโลกสามัญเช่นกันหรือ แล้วท่านจะชี้แจงอย่างไร?”
“ข้าไม่สนใจผู้อื่น มาที่นี่เพื่อจัดการกับผู้บำเพ็ญตนที่ฝ่าฝืนกฎอย่างเจ้าเท่านั้น จะส่งเจ้ากลับสำนักไปรับโทษ หรือจะกำจัดคนทรยศต่อสำนัก ณ ที่แห่งนี้ก็ได้”
บากุริว ทันกล่าวเสียงเย็น
ยังไม่ทันที่หลินเฟิงจะเอ่ยปาก ก็ได้ยินอิโต นากายะร้องเสียงหลง
