จากรายงาน ทราบว่ามู่ชวนมิได้ขัดขืนแม้แต่น้อย เขาติดตามทหารม้าศึกห้าพันนาย มุ่งหน้าไปยังหน้าค่ายโจรสลัด
“องค์รัชทายาท มู่ชวนผู้นี้เคยนำทหารม้าศึกห้าร้อยนายบุกตะลุยกองทัพโจรสลัดจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ย่อมเป็นเรื่องจริง”
ลั่วอวิ๋นเฟยยังคงข้องใจ “เช่นนั้นเรื่องที่เขาหนีเอาชีวิตรอดออกจากเมืองประจำแคว้นฟู่อันเพียงลำพัง ก็เป็นเรื่องจริงด้วยหรือ”
จ้าวเจียนพยักหน้าเบา ๆ “จากที่สืบมา ก็เป็นเรื่องจริง”
ลั่วอวิ๋นเฟยส่ายหน้า สายตาจับจ้องทหารม้าศึกห้าพันนายซึ่งถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควัน
“เรื่องนี้คงไม่ราบรื่นถึงเพียงนั้นกระมัง”
องค์รัชทายาทจ้าวเจียนหรี่ตา จ้องขบวนทหารม้าศึกเบื้องล่างแน่วนิ่งเช่นกัน ในใจเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย
“มู่ชวนผู้นี้ทั้งกล้าหาญและมีแผนการ ย่อมมองเจตนาของเราออก แต่กลับไม่แสดงท่าทีผิดปกติแม้แต่น้อย ทำให้เรายากจะเชื่ออยู่บ้าง”
ลั่วอวิ๋นเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ “ตามความเห็นของข้า มู่ชวนผู้นี้คงกำลังเป็นห่วงเหมียวฉางเฟิง หากเขาคิดขัดขืน เกรงว่าเหมียวฉางเฟิงที่อยู่ในนครหลวงจะต้องลำบาก”
จ้าวเจียนพยักหน้า “คงเป็นเช่นนั้น ครั้งนั้นมู่ชวนยังยอมเสี่ยงชีวิตคุ้มกันเหมียวฉางเฟิงให้หลบหนี ครั้งนี้ก็ย่อมไม่ต่างกัน”
“องค์รัชทายาท ข้าร่วมมือกับเหมียวฉางเฟิงมาหลายปี ย่อมเข้าใจนิสัยใจคอของเขา ฝ่าบาททรงมีพระประสงค์เช่นนั้นจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ...”
จ้าวเจียนแค่นยิ้ม “แม่ทัพใหญ่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนิสัยใจคอ เราเองก็เชื่อว่าเหมียวฉางเฟิงภักดีต่อแคว้นต้าเจิ้ง ไม่มีใจคิดทรยศ ทว่าการกระทำต่อเนื่องของเขาทำให้เสด็จพ่อไม่พอพระทัยแล้ว การเจรจาสงบศึกเกี่ยวพันกับชะตาของแผ่นดิน แต่เขากลับทำเสียเรื่อง ลองคิดดูเถิด อัครมหาเสนาบดีไร้ความสามารถเช่นนี้จะรักษาตำแหน่งไว้ได้อย่างไร”
