ชูเฟิงถิงทรงตัวให้มั่นคง ก่อนโคจรปราณแท้ภายในกายอย่างรวดเร็ว บีดลูกปรายเหล็กนับสิบเม็ดออกจากร่าง ร่วงลงบนพื้น
เมื่อปราณแท้โคจรครบสองรอบ เขาก็รู้สึกว่าร่างกายมิได้เป็นอันใด ลูกปรายเหล็กไม่ได้กระทบจุดสำคัญ
มีเพียงข้อศอกที่ปวดอยู่บ้าง ถูกหลินเฟิงกระแทกเข้าให้ ทว่ามิใช่เรื่องใหญ่
ทว่าแขนของหลินเฟิงกลับยกไม่ขึ้นแล้ว
ฝ่ามือของชูเฟิงถิงเมื่อครู่นี้แฝงปราณแท้ ฟาดลงบนแขนเขาจนเกือบทำให้เส้นเอ็นและกระดูกหัก
หลังตรวจดูร่างกายเรียบร้อย ชูเฟิงถิงก็ยืนขึ้นอย่างมั่นคง มองหลินเฟิงซึ่งยังนั่งแหมะอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
“เจ้าหนุ่ม ทำให้ผู้อาวุโสอย่างข้าบาดเจ็บได้ นับว่าเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้าในโลกปุถุชนแล้ว บอกข้ามา เสียงเมื่อครู่เป็นฝีมือผู้ใด?”
ชูเฟิงถิงเองก็รู้สึกว่าเพลงเมื่อครู่นี้พิกลนัก ถึงกับทำให้ปราณแท้ในกายปั่นป่วนอยู่ชั่วขณะ เรื่องนี้ไม่ธรรมดาแล้ว
หลินเฟิงแสยะยิ้ม “เมื่อครู่เป็นวิชาเลียนเสียงของข้า อยากฟังอีกสักรอบหรือไม่?”
ชูเฟิงถิงจ้องหลินเฟิงอย่างฉงน เจ้าหนุ่มผู้นี้จวนตัวถึงตายแล้ว เหตุใดสีหน้าจึงไร้ซึ่งความหวาดกลัว?
มือซ้ายของหลินเฟิงถือปืนลูกโม่ ส่วนมือขวาล้วงกระสุนจากถุงผ้าข้างซองหนัง เริ่มบรรจุลงในโม่ทีละนัด
“ของสิ่งนี้ไม่เลว ให้ข้าเก็บรักษาแทนเจ้าเถิด...”
ชูเฟิงถิงยังกล่าวไม่ทันจบ ก็พุ่งกายไปข้างหน้าอีกครั้ง ยื่นมือคว้าปืนลูกโม่ในมือหลินเฟิง ส่วนมืออีกข้างคว้าไปที่ลำคอของเขา
หลินเฟิงไม่ขยับ ปากกระบอกปืนลูกโม่หันไปเบื้องหน้า พลันระเบิดแสงเพลิงออกมาสนั่นหวั่นไหว
