ท้องทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ปกคลุมด้วยไอหมอกที่ลอยกรุ่น แสงตะวันส่องลอดชั้นเมฆ กระจายลงบนผิวน้ำที่คลื่นซัดโถม มองไปทางใดก็เห็นเพียงเส้นแบ่งระหว่างฟ้ากับทะเล
ชูฉินจนปัญญา ได้แต่ก้มมองหลินเฟิง ชายหนุ่มที่ถูกขาทั้งสองของนางรัดอกไว้
แม้ท่วงท่านี้จะไม่งามนัก ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าความเป็นความตาย ใครยังจะใส่ใจเรื่องมากมายเช่นนั้น
“หลินเฟิง พวกเราควรไปทางใด”
หลินเฟิงยิ้มเจื่อน “ท่านอาจารย์ ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร รอบด้านมีแต่น้ำทะเล ไปทางไหนก็เหมือนกันทั้งนั้น”
“เจ้าจงหาทางขึ้นฝั่งให้ได้ เมื่อถึงฝั่งแล้ว ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
ชูฉินเองก็ไร้หนทาง ทำได้เพียงให้คำมั่นแก่หลินเฟิง
นางรู้ดีว่าตนว่ายน้ำไม่เป็น หากชายหนุ่มที่อยู่ใต้ร่างผู้นี้สิ้นท่า นางซึ่งอยู่กลางทะเลเวิ้งว้างย่อมต้องจมน้ำตายในที่สุด
หลินเฟิงขยับตัวสองสามครั้ง
“เจ้าคลายแขนขาออกก่อนได้หรือไม่”
ชูฉินส่ายหน้า “ไม่ได้ จงคิดหาทางให้เร็ว”
“เจ้าทำเช่นนี้ พวกเราทั้งคู่ต้องตายแน่”
“อย่าคิดหนีไปจากข้า มีเจ้าอยู่ ข้าอาจรอดชีวิตได้ หากไม่มีเจ้า ข้าคงไม่รอดเป็นแน่”
ชูฉินเลิกเสแสร้ง พูดกันตรง ๆ ทั้งสองต่างเป็นคนฉลาด ไม่จำเป็นต้องเล่นเล่ห์เหลี่ยม
หลินเฟิงพยักหน้าอย่างจนใจ “เจ้าจะเปลี่ยนท่าได้หรือไม่ ท่านี้ทำให้ข้าอึดอัดยิ่งนัก”
“ไม่ได้ ข้ากลัวเจ้าหนี”
ขณะพูด ชูฉินยังออกแรงรัดขาทั้งสองแน่นขึ้น
หลินเฟิงแทบหายใจไม่ออก เรี่ยวแรงจากขาทั้งสองของนางมากเกินไป เมื่อรัดอกเขาไว้เช่นนี้จึงทำให้หายใจลำบาก
“เจ้า...คลายลงหน่อย หากบีบข้าตาย เจ้าเองก็ไม่มีทางรอด”
