เรือไม้ไม่ได้พลิกคว่ำ โชคดีที่ฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวกรากที่สุดบริเวณปากแม่น้ำออกมาได้ ก่อนพุ่งเข้าสู่ทะเลกว้างใหญ่ไพศาล
เสื้อผ้าของทั้งสามคนเปียกโชก ทว่าต่างก็พากันถอนหายใจอย่างโล่งอก
เพราะผิวน้ำสงบนิ่ง ไร้คลื่นลมอีกต่อไป
หลินเฟิงหันไปมองชูฉินด้วยความประหลาดใจ พลันเห็นหมอกขาวลอยขึ้นจากร่างนาง
คนแจวเรือเองก็ตะลึงงัน ไม่รู้ว่าหญิงชราผู้นี้กำลังเล่นกลอะไร
เพียงชั่วครู่ หลังหมอกขาวลอยกรุ่นขึ้น ชูฉินก็สะบัดเสื้อคลุมยาวบนร่าง หยดน้ำแห้งหายไปจนตัวนางแห้งสนิท
หลินเฟิงนับว่าได้เปิดหูเปิดตา แม้เคยได้ยินมา แต่ไม่เคยเห็นกับตา
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนิสัย ยายแก่ผู้นี้มีกำลังภายในลึกล้ำไม่น้อย
ทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา เมื่อห่างจากฝั่งออกไป รอบด้านล้วนมีแต่น้ำทะเล กระทั่งทิศทางยังแยกไม่ออก แล้วจะตามหาเกาะตงหลิวได้อย่างไร?
ชั่วชีวิตนี้ชูฉินไม่เคยออกทะเล ยามนี้จึงเพิ่งรู้ว่าเมื่อเผชิญหน้ากับทะเล ตนเองช่างเล็กจ้อยเพียงใด นางกวาดตามองไปรอบด้านอย่างลนลาน ไม่รู้จะทำเช่นไร
“หลินเฟิง จะไปถามทางที่ใดดี?”
ทว่าหลินเฟิงกลับสงบใจขึ้นมากแล้ว ยิ่งห่างจากฝั่ง ความสามารถของยายแก่ผู้นี้ยิ่งด้อยลง
นางไม่มีทางอาศัยปราณแท้ของตนกลับถึงฝั่งทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็นได้
แน่นอนว่าต้องทำลายเรือไม้ใต้เท้าเสียก่อน
หลินเฟิงส่งสัญญาณให้คนแจวเรือพายต่อไป
“เดินทางไปก่อนเถิด อย่างไรก็ต้องมีเรือผ่านมาบ้าง ถึงเวลานั้นเราค่อยถามทาง”
ชูฉินไม่มีทางเลือกอื่น นางมุ่งหน้าสู่ทะเลด้วยแรงปรารถนาอันแน่วแน่ที่จะตามหาบุตรชาย ยามนี้จึงทำได้เพียงก้าวไปทีละก้าว
