จ้าวฉวนจือไร้ความทะเยอทะยาน นิสัยสุขุมรอบคอบ
เขาอายุล่วงเลยห้าสิบปีแล้ว เพื่อครอบครัวของตนก็ควรเลือกถอนตัวจากการแย่งชิงอำนาจอย่างระมัดระวัง หากรักษาตำแหน่งในยามนี้ไว้ได้ ก็นับว่าประสบความสำเร็จแล้ว
แน่นอนว่า หลินเฟิงมิได้กล่าวสิ่งใดมากมาย การขึ้นแทนตำแหน่งผู้ว่าการจิงหนานของจ้าวฉวนจือ เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากฉุยอิ๋งควบคุมกองทหารประจำจิงหนานได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
ด้วยท่าทีของจ้าวฉวนจือในยามนี้ หลินเฟิงย่อมไม่ทำให้เขาลำบากใจ การจัดหาตำแหน่งขุนนางอื่นให้ย่อมเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว
หลังหลินเฟิงอำลาจ้าวฉวนจือกลับถึงที่พัก ก็มีคนลอบนำข่าวสารมาส่งในยามค่ำคืน
เมื่อคลี่ออกอ่าน ก็พบว่าเป็นรายชื่อขุนนางทหารคนสนิทของเว่ยหนานจี๋ในกองทหารประจำเมืองจิงหนาน ซึ่งตี้โกวสืบมาได้
จำนวนคนไม่มาก ทว่าล้วนประจำอยู่ในตำแหน่งสำคัญของกองทัพ
หลินเฟิงย่อมรู้ดีว่ารายชื่อนี้หมายถึงสิ่งใด ต่อให้ไม่มีรายชื่อจากตี้โกว เขาก็มีแผนการเตรียมไว้แล้ว
นั่นคือ ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นคนสนิทของเว่ยหนานจี๋หรือไม่ ขุนนางทหารที่ประจำตำแหน่งสำคัญทุกคน ล้วนต้องกำจัดให้สิ้น
ยามบ้านเมืองวุ่นวายต้องใช้กฎหมายเข้มงวด ยอมสังหารผิดคนดีกว่าปล่อยให้มีภัยแฝงเร้นหลงเหลือ
เช้าตรู่วันถัดมา เว่ยหนานจี๋ก็มาถึงที่พักของหลินเฟิง รออยู่ด้านนอกประตูใหญ่
ตามคำขอของหลินเฟิง พวกเขาละทิ้งม้าศึก แล้วเปลี่ยนมาใช้รถม้าแบบมีหลังคา
หลินเฟิงพาเฉียวจวี้ซานไปเพียงคนเดียว ส่วนเว่ยหนานจี๋ก็พาเพียงรองแม่ทัพหนึ่งคนเดินทางไปด้วย
นอกจากสารถีของรถม้าสองคันแล้ว ก็มีพวกเขาสี่คนเท่านั้น
หลินเฟิงกับเว่ยหนานจี๋สบตากันแล้วยิ้ม ทั้งคู่ต่างรู้แก่ใจว่าทำเช่นนี้เพื่อให้อีกฝ่ายคลายความระแวดระวัง
