ใบหน้าดำคล้ำของชายฉกรรจ์แต่ละคนเผยให้เห็นฟันขาว มือชูดาบตรงพลางตะโกนก้องพุ่งเข้าใส่
กองกำลังทั้งสองฝ่ายไม่พูดพร่ำทำเพลง ต่างโถมเข้าปะทะกันเสียงสนั่น
แรกเริ่ม ทหารกองทัพหลวงต้าเจิ้งยังพอฝืนต้านการโจมตีของชายฉกรรจ์เหล่านี้ได้ ทว่าเมื่อผู้คนหลั่งไหลเข้ามาทางประตูเมืองมากขึ้นเรื่อย ๆ กองทัพหลวงก็ถูกบีบให้ค่อย ๆ ถอยร่น
พวกเขาตะโกนเสียงดังว่า “โจรสลัด! เป็นโจรสลัด! รีบเรียกกำลังเสริม...”
กองกำลังโจรสลัดที่กรูเข้าประตูเมืองประหนึ่งกระแสน้ำหลาก แผ่กระจายจากปากประตูไปตามถนนและตรอกซอกซอยทั่วเมือง เพียงชั่วพริบตา บ้านเรือนและร้านค้าก็ถูกกลืนหายไปเป็นแถบ
ชั่วขณะนั้น เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นทั่วเมือง ผู้ใหญ่ร้องคร่ำครวญ เด็ก ๆ ร่ำไห้ ทุกแห่งเต็มไปด้วยความโกลาหล
เมื่อกองกำลังสองหมื่นห้าพันนายของโอตานิ โยชิมาถึงใต้กำแพงเมืองเหยียนซิ่น จำนวนคนก็เหลือไม่ถึงสองหมื่นแล้ว
ถึงกระนั้น กำลังเพียงสองพันกว่านายที่รักษาเมืองก็ยังมิอาจต้านทานได้ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวัน เมืองเหยียนซิ่นทั้งเมืองก็ตกอยู่ในมือโจรสลัด
ทหารรักษาการณ์ต้าเจิ้งสองพันนาย หนีออกนอกเมืองไปได้เพียงสองสามร้อยคน
โจรสลัดไม่มีเวลาตามล่าทหารที่หลบหนี ทำได้เพียงเที่ยวค้นหาอาหารไปทั่วเมือง
พวกเขาหิวโหยมาเนิ่นนาน ประหนึ่งฝูงตั๊กแตน เปลือกไม้และรากหญ้าตลอดเส้นทางถูกกินจนเกลี้ยง
โอตานิ โยชิผอมจนเบ้าตาลึก ใบหน้าเหลืองซีด ทว่ายืนอยู่หน้าประตูเมืองด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม
องครักษ์ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งนำโจ๊กขาวหนึ่งชามกับเสบียงแห้งชิ้นหนึ่งมามอบให้
อาหารเช่นนี้ แม้แต่โอตานิ โยชิซึ่งเป็นแม่ทัพทวนก็ไม่ได้เห็นมาหลายวันแล้ว
มือที่รับชามโจ๊กขาวของเขาสั่นเทาอยู่บ้าง
ที่ตนยังมีชีวิตเดินทางมาถึงที่นี่ได้ เขาเองก็ยังรู้สึกเหนือความคาดหมาย เคยเห็นทหารใต้บังคับบัญชามากมายเดินอยู่ดี ๆ ก็พลันล้มลงข้างทางสิ้นใจ
