“ก่อนหน้านี้ส่งคนไปสองหมื่นนาย แล้วเป็นอย่างไรบ้าง”
อันเจิ้งเต้าถาม
เสิ่นอวี๋ยกมือขึ้นแบสองข้างเลียนแบบหลานอวี่ “ใต้เท้าอัครมหาเสนาบดี พวกเขาถูกกองทัพเจิ้นซีปลดอาวุธแล้วส่งกลับไปทำนากันหมดแล้ว”
“เจ้าส่งพวกแรงงานและคนรับใช้ไปหรือ”
อันเจิ้งเต้าถามอย่างไม่พอใจ
เสิ่นอวี๋ยิ้มขื่น “ใต้เท้าอัครมหาเสนาบดี หรือท่านต้องการให้ข้าน้อยส่งทหารรักษาพระองค์ประจำการไปจริง ๆ หรือขอรับ”
หลานอวี่แทรกขึ้นว่า “ใต้เท้าเสิ่น ท่านพอจะแทรกทหารจริง ๆ เข้าไปสักหน่อยได้หรือไม่”
เสิ่นอวี๋หันไปมององค์รัชทายาท “องค์ชาย โปรดทรงตัดสินความเป็นธรรมเถิด พวกเขาต่างตำหนิว่าข้าน้อยจัดการเรื่องนี้ไม่ดี”
จ้าวเจียนโบกมืออย่างหงุดหงิด “ปัญหายามนี้คือจะรับมือกับความลำบากที่กำลังจะมาถึงอย่างไร เรื่องก่อนหน้านี้อย่าได้เอ่ยถึงอีก”
หลานอวี่ไม่พูดต่อ เขารู้ว่าการจัดการของเสิ่นอวี๋ได้รับความเห็นชอบจากองค์รัชทายาทแล้ว
“หลานอวี่ ลองว่ามาสิว่าควรแก้ไขอย่างไร”
จ้าวเจียนหันไปทางหลานอวี่
หลานอวี่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “องค์ชาย ข้าน้อยเห็นว่ากองเรือต้าเจิ้งไร้ความสามารถยิ่ง ถูกกองเรือโจรสลัดบีบให้หดหัวอยู่ที่ท่าเรือนครหลวง ไม่กล้าโผล่หน้าออกมา มิสู้...”
สายตาของคนทั้งสามในท้องพระโรงจับจ้องมาที่เขา
“แค่ก ๆ มิสู้ให้กองเรือขึ้นตรงต่อกองทัพเจิ้นซี แล้วส่งกองเรือผสมอ้อมอำเภอหลินลั่ว เข้าไปในลำน้ำเหยียนโจว เพื่อคลี่คลายวิกฤตของเมืองลั่วซี”
อันเจิ้งเต้าส่ายหน้า “ไม่ได้ ไม่ได้ หากสละกองเรือ ก็เท่ากับยกเส้นทางน้ำทั่วต้าเจิ้งให้กองทัพเจิ้นซี แล้วภายหน้าต้าเจิ้งจะรักษาเมืองเหล่านี้ไว้ได้อย่างไร”
หลานอวี่ยักไหล่ “เช่นนั้นก็ทำได้เพียงระดมทหารรักษาการณ์ให้มากขึ้น แล้วตั้งรับเมืองลั่วซีกับเมืองหลินตูอย่างสุดกำลัง ไม่ต้องสนใจกองทัพเจิ้นซีก็พอ อย่างไรเสียทั้งสองกองทัพก็บรรลุข้อตกลงร่วมมือกันแล้ว พวกเขาคงไม่ลอบขัดขาเรา”
