หวังเฉียนก้าวฉับ ๆ ออกจากห้อง พาคนจากไปอย่างเร่งร้อนเพื่อวางแผนช่วยเหลือทหารประจำเมืองซวิ่น
หวังเฉียนเพิ่งจากไป ทหารนายหนึ่งก็วิ่งเข้ามารายงาน
“รายงานท่านผู้ดูแลใหญ่ เมืองหลินตูมีข่าวศึก แม่ทัพหลี่แจ้งว่า พบกองทัพต้าเจิ้งปรากฏตัวริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำ เกรงว่าจะมีทีท่าข้ามแม่น้ำ”
ไป๋จิ้งขมวดคิ้ว ยังไม่ทันเอ่ยปาก ทหารอีกนายก็วิ่งเข้ามาในห้องอย่างเร่งร้อน
“รายงานท่านผู้ดูแลใหญ่ แม่ทัพจางแห่งเมืองเทียนจื่อส่งข่าวศึกมา ที่หน้าเมืองคุนซึ่งตั้งอยู่ในเมืองรักษาการณ์ทางเหนือของนครหลวงต้าเจิ้ง มีกองทัพจำนวนมากกำลังรวมพล”
ไป๋จิ้งถอนหายใจ ยกมือคลึงขมับ
“ดูท่าต้าเจิ้งจะเปิดศึกเต็มรูปแบบแล้ว”
ไป๋จิ้งปวดศีรษะยิ่งนัก เรื่องเหล่านี้นางไม่เข้าใจ ส่วนฮ่องเต้ต้าเจิ้ง จ้าวเจิงก็ร้อนใจเกินไป เพียงได้รับข่าวหนึ่งเรื่อง เขาก็แทบรอไม่ไหวที่จะเริ่มเตรียมกำลังพลและอาวุธ
ในความทรงจำของนาง จ้าวเจิงมิใช่คนหุนหันเช่นนี้ แม้จะไร้น้ำใจ ทว่าเป็นคนโหดเหี้ยมเด็ดขาดและอำมหิต
เขาไม่มีทางตื่นตระหนกเพียงเพราะข่าวหนึ่งเรื่องเป็นแน่
หรือว่า...หลินเฟิงมีบางอย่างผิดปกติจริง ๆ จนอีกฝ่ายล่วงรู้เข้าแล้ว
ในหัวของไป๋จิ้งสับสนวุ่นวาย นางไม่อาจตอบสนองต่อสถานการณ์ศึกเหล่านี้ได้ จึงเพียงโบกมือให้ทหารลงไป บอกว่าตนรับทราบแล้ว
ขณะที่กำลังปวดศีรษะ สตรีผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมและหมวกคลุมศีรษะก็ย่องเข้ามาเงียบ ๆ
นางก้าวเท้าแผ่วเบา ทหารยามหน้าประตูมิได้ขัดขวาง ปล่อยให้นางเข้ามาในห้องหนังสือของไป๋จิ้งโดยตรง
สตรีผู้นั้นเดินมาหยุดด้านหลังไป๋จิ้งอย่างแผ่วเบา แล้วยื่นมือทั้งสองข้างออกมานวดต้นคอให้นาง
