ไป๋จิ้งกล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า “หรือพี่ชายข้าไม่อยู่แล้ว เจิ้นซีจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้หรือ?”
โม่ย่งลูบเคราพลางยิ้ม มิได้โต้แย้ง
เห็นได้ชัดว่าเขาหมายความว่า หากหลินเฟิงจากเจิ้นซีไปเมื่อใด ที่แห่งนี้ย่อมไม่มั่นคงอีกต่อไป
เวลานี้หลินเฟิงลุกขึ้นแล้ว เขาประสานมือกล่าวขอบคุณ “ขอบคุณท่านโม่ที่ชี้แนะ คำเดียวทำให้ข้าตาสว่าง”
โม่ย่งรีบลุกขึ้นคำนับตอบ “มิกล้า มิกล้า ข้าน้อยขอตัวลา”
หลังส่งโม่ย่งกลับไป หลินเฟิงก็นั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้งและครุ่นคิดตามลำพัง
ไป๋จิ้งส่งโม่ย่งถึงประตูแล้วจึงหันกลับเข้าห้อง
“พี่ชาย ท่านโม่หมายความว่าอย่างไรกันแน่?”
หลินเฟิงเหลือบมองนาง “ความหมายของตาเฒ่าโม่ชัดเจนยิ่ง เขาอยากให้ข้าทิ้งคนเถื่อนไว้ที่ชายแดน เพื่อใช้เป็นข้ออ้างไม่ต้องไปปราบกบฏให้ราชสำนัก และให้ความสำคัญกับการทำให้เจิ้นซีมั่นคงเสียก่อน”
“อ้อ...”
ในที่สุดไป๋จิ้งก็เข้าใจ
เจิ้นซีเป็นฐานที่มั่นของหลินเฟิง หากรากฐานไม่มั่นคงแล้วบุกเข้าไปยังดินแดนตอนในของต้าจงอย่างผลีผลาม เบื้องหลังย่อมเกิดความวุ่นวาย
ถึงตอนนั้น หากการปราบกบฏล้มเหลว หลินเฟิงก็จะไร้ที่พึ่งพิง
หากยังมีคนเถื่อนอยู่ตามชายแดนต้าจง หลินเฟิงก็อ้างเรื่องป้องกันชายแดนได้ ไม่ต้องเร่งนำทัพลงใต้
“เฮ้อ ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นกุนซือ”
หลินเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย แม้เขาจะนึกถึงเรื่องนี้เช่นกัน แต่ก็ยังมองไม่ทะลุปรุโปร่งเท่าโม่ย่ง
คนเถื่อนถูกเขาตีจนหวาดกลัวจริง ๆ ตราบใดที่เขายังอยู่ในเจิ้นซี พวกนั้นคงไม่กล้าโผล่หัวมาอีกง่าย ๆ
เขาจะได้ทุ่มเทกำลังไปกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เสริมสร้างกองทัพให้แข็งแกร่ง และทำให้เจิ้นซีมั่นคงต่อไป
