เกาเจิ้งชิงรีบขยับกายไปยืนบังหลินเฟิงไว้ด้านหลัง
“ไป ออกจากถ้ำก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ทั้งสองทยอยถอยออกจากปากถ้ำ ยามนี้ภายในถ้ำฝุ่นผงและเศษหินฟุ้งกระจาย ทรายปลิวหินกระเด็น ภูเขาสั่นสะเทือน ราวกับใกล้จะพังถล่มลงมา
หลินเฟิงอดทอดถอนใจในใจไม่ได้ ที่แท้นี่ต่างหากคือพลังของยอดฝีมือชั้นแนวหน้าหลายคน ตนไม่เคยต่อสู้กับพวกเขาซึ่งหน้าเลยสักครั้ง ตลอดทางเอาแต่หลบหนีและหลีกเลี่ยงการปะทะ
นับว่ายังโชคดีที่เป็นเช่นนั้น หากประเมินกำลังตนสูงเกินไปแล้วพุ่งเข้าไปปะทะตรง ๆ เกรงว่าคงกลายเป็นศพกลางทุ่งร้างไปนานแล้ว
เกาเจิ้งชิงกับหลินเฟิงยืนอยู่ริมลานบนภูเขา เสียงสะเทือนเลื่อนลั่นจากภายในถ้ำดังเข้าหูไม่ขาดสาย
“สหายน้อยหลิน คิดว่ากระบี่หักอยู่ในมือผู้ใดหรือ?”
หลินเฟิงส่ายหน้า “ก็อย่างที่กล่าวไป หากพวกเขาคิดจะปกปิด เกรงว่าคนในโลกนี้คงไม่มีผู้ใดตรวจสอบได้ตามใจ”
เกาเจิ้งชิงพยักหน้า ยอมรับว่าหลินเฟิงกล่าวตรงตามความจริง
“เอ่อ...ไม่ทราบว่าสหายน้อยหลินวางแผนอนาคตของตนไว้อย่างไร?”
หลินเฟิงยิ้ม “ประมุขเกา ข้าเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่อาจบำเพ็ญมหาวิถีแห่งความเป็นอมตะอย่างที่พวกท่านกล่าวได้ ข้าชอบชื่อเสียงและผลประโยชน์ในโลกสามัญ ขอเพียงใช้ชีวิตนี้อย่างมีความสุขก็พอแล้ว”
“อืม นับว่าไม่เลว ข้ารับรองได้ว่าเจ้าจะมีชีวิตสุขสำราญไร้กังวลไปตลอดชีวิต”
“ฮ่า ๆ ประมุขเกา หลินผู้นี้เชื่อว่าตนมีความสามารถเช่นนั้นอยู่แล้ว”
“อืม ๆ กล่าวได้ดี ข้าลืมไปว่าสหายน้อยหลินเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งต้าจง ทั้งยังดำรงตำแหน่งขุนนางชั้นสูง มีทั้งเกียรติยศและทรัพย์สมบัติให้เสวยสุข”
