ทุกครั้งที่ปะทะกัน เลือดลมของเขาจะปั่นป่วน ร่างถูกกระแทกลอยถอยไปไกล
ทว่าเขาไม่กล้าเสียสมดุลแม้แต่น้อย หากต้องการหลบการโจมตีครั้งถัดไป ก็จำต้องตอบสนองล่วงหน้า
การต่อสู้เช่นนี้หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าครั้งใด ชีวิตกับความตายห่างกันเพียงชั่วพริบตา
เงาร่างของชายชรากลับยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ พละกำลังก็เพิ่มขึ้นไม่หยุด
หลินเฟิงไม่รู้สถานการณ์ของชายชรา ทว่าทุกครั้งที่อีกฝ่ายลงมือ เขาก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของคนตรงหน้า
แย่แล้ว ข้าคงต้องตายที่นี่เพื่อรักษากระบี่หักเอาไว้
กระบี่หักในมือยังคงช่วยประคองปราณแท้ในกายของหลินเฟิงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย มอบความหวังสุดท้ายให้เขาได้ฝืนสู้ต่อในยามสิ้นหวังที่สุด
ชายชราก็ทุ่มชีวิตเข้าสู้ ไม้เท้ากวัดแกว่งกลางอากาศ ก่อเกิดคมลมกว่าสิบสาย ปิดกั้นทุกช่องทางที่หลินเฟิงจะหลบหนีได้อย่างสิ้นเชิง
หลินเฟิงสิ้นหวังเมื่อพบว่าไม่อาจหลบคมลมอันแหลมคมที่พาดผ่านวุ่นวายจนพร่าตาเบื้องหน้าได้อีกต่อไป
กระบี่หักพลันคลุ้มคลั่ง ขณะถ่ายทอดปราณแท้ จุดแสงหนึ่งถูกส่งเข้าสู่ร่างหลินเฟิง จุดแสงนั้นล่องลอยวุ่นวายอยู่ในห้วงมิติของกระบี่หักมาไม่รู้เนิ่นนาน บัดนี้กลับเคลื่อนไปตามการไหลเวียนของปราณแท้ ก่อนถูกหลินเฟิงฟาดออกไป
จุดแสงดุจดาวตกที่หลุดพ้นจากพันธนาการ พุ่งชนคมลมสายหนึ่งซึ่งกำลังเฉือนเข้ามาตรงหน้า จนหลินเฟิงไม่อาจหลบได้อีก
ใครจะคาดคิดว่าจุดแสงไม่เพียงชนคมลมจนแตกสลาย แต่ยังไม่สูญสิ้นแรง พุ่งทะยานต่อไปข้างหน้า
ชั่วพริบตาก็พุ่งเข้าหาชายชราที่กำลังกวัดแกว่งไม้เท้า
