หงเซียวพยายามอธิบาย
“หลินเฟิง เรื่องเป็นเช่นนี้...”
“อืม ข้ารู้แล้ว ขอบใจที่ยังคิดจะเก็บศพให้ข้า นับว่าไม่เสียทีที่เราคบหากันมา”
“แต่ข้าไม่คิดเลยว่า...”
“อืม ข้าก็ไม่คิดเช่นกัน”
หลินเฟิงขัดคำพูดของหงเซียวอยู่หลายครั้ง จนนางได้แต่ปิดปากเงียบ
ทุกอย่างกระจ่างชัดแล้ว อาจารย์ของนางลงมือเพื่อชิงกระบี่หัก
จากที่หงเซียวรู้จักหลินเฟิง เขาย่อมไม่ยอมปล่อยกระบี่หักไปง่าย ๆ คนทั้งสองต้องขัดแย้งกันเป็นแน่
ผลของความขัดแย้งนั้น หงเซียวไม่ต้องคิดก็รู้ ย่อมเป็นหลินเฟิงถูกสังหาร ส่วนกระบี่หักตกไปอยู่ในมืออาจารย์ของนาง
ตามแผนของนาง นางเพียงมาทำหน้าที่สหายให้สมบูรณ์
อาจารย์คงไม่ตำหนินางเพราะเรื่องนี้
ใครจะรู้ว่าผลกลับผิดจากที่คาดไว้มาก หงเซียวตกตะลึงจนแทบไม่อาจตั้งสติ
ในที่สุดชายชราก็ฟื้นตัวขึ้นมา เขาพยุงไม้เท้าลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
“เจ้าหนุ่ม ตั้งใจจะเก็บกระบี่หักไว้ให้ได้ใช่หรือไม่?”
หลินเฟิงไม่ตอบ เพียงมองชายชราอย่างเงียบงัน
ก่อนหน้านี้ทั้งหมด เขากำลังแสดงละครอยู่หรือไร?
หรือเอาชีวิตของตนมาล้อเล่นกับเจ้า?
ชายชราไม่รอคำตอบอีกต่อไป ค่อย ๆ หันหลังเดินไปยังรถม้า
“ดี เจ้าหนุ่มมีความกล้า ทว่าผลที่ตามมาจะร้ายแรงยิ่งนัก จงเตรียมใจไว้ให้พร้อมว่าจะต้องสละชีวิตได้ทุกเมื่อ...”
ขณะกล่าว ชายชราเหลือบมองกระบี่หักในมือหลินเฟิง แววตาเผยความสงสัยและหวาดระแวงอยู่เล็กน้อย
เขากระดากใจที่จะถามว่าแสงเมื่อครู่นั้นเป็นสิ่งใด ไม่เพียงชนเขาจนเกือบสิ้นชีวิต ยังเคลื่อนที่รวดเร็วยิ่งนัก
เขาต้องรักษาภาพลักษณ์ของยอดฝีมือเอาไว้ แม้ในใจจะสงสัย แต่ก็หันกลับไปปีนขึ้นรถม้าอย่างเชื่องช้า พลางโบกมือกล่าวว่า
