อีกอย่าง คนในครอบครัวของเจ้า ข้ายังไม่เคยพบหน้าสักคน
“เจ้าได้ยินใครพูดมา?”
“ต้องให้ใครบอกด้วยหรือ กองทัพชิงสุ่ยของเจ้าปราบทหารชายแดนของบิดาข้า แล้วยังตีแตกกองทัพผ้าโพกหัวดำ ยึดเมืองเจิ้นซีไว้ได้ หรือจะยังละเว้นครอบครัวข้าอีก?”
ฉุยอิ๋งกล่าวอย่างเคียดแค้น
“แม้เจ้ากับข้าจะกลายเป็นศัตรูกัน แต่ก่อนหน้านี้ข้าเคยอยู่ใต้บังคับบัญชาของแม่ทัพใหญ่ฉุยย่ง ไม่ว่าเจ้าจะเชื่อหรือไม่ ข้าไม่ได้แตะต้องบิดาของเจ้าหรือคนในครอบครัวเจ้า”
“ข้าไม่เชื่อหรอก เจ้าใจดำมือเหี้ยม กลอุบายอำมหิตเช่นนี้ จะทิ้งภัยไว้ให้ตนเองได้อย่างไร”
หลินเฟิงคร้านจะอธิบาย จึงโบกมือ “หาสถานที่สักแห่ง แล้วสอบถามทุกเรื่องของนางให้กระจ่าง”
เฉิงเหลียงส่งเสียงเรียก ทหารคุ้มกันสี่คนก็พุ่งเข้ามา นำเชือกมามัดฉุยอิ๋งจนแน่นหนา
จากนั้น ท่ามกลางสายตาของผู้คนในห้อง พวกเขาก็หิ้วฉุยอิ๋งที่ถูกมัดเป็นก้อนกลมออกไป
จ้าวซั่วร้อนใจจนถูมือไปมา ทว่ากลับทำอะไรไม่ได้
หลินเฟิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนหันไปมองเผยชีอิน
“ในน้ำเต้านี้บรรจุพิษร้ายหรือ?”
เผยชีอินส่ายหน้า “ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่สัญชาตญาณบอกว่าไม่น่าผิด”
“ช่างหลักแหลมนัก”
“ซูเสวี่ยหลักแหลมกว่าข้า”
หลินเฟิงรู้ว่านางหมายถึงหลิ่วซูเสวี่ยเลือกเขาอย่างแน่วแน่ ช่างมีสายตาเฉียบคมนัก
จ้าวซั่วชี้ไปยังเผยชีอิน “เจ้า...ที่แท้ก็...หลอกนาง...”
เผยชีอินยังคงส่ายหน้า “จะเรียกว่าหลอกก็ไม่เชิง ข้าเพียงรู้สึกว่าสีหน้าและท่าทางของสตรีผู้นี้ดูผิดปกติอยู่บ้าง”
