จ้าวซั่วรีบกล่าว
“ย่อมได้ เชิญเข้ามาเถิด แม่ทัพใหญ่กำลังอยากพบเจ้าอยู่พอดี”
ฉุยอิ๋งค่อย ๆ ขยับเท้าไปข้างหน้า เมื่อก้าวผ่านประตูห้อง นางก็ปรับสายตาให้คุ้นชินกับแสงภายในเล็กน้อย
นางเห็นหลินเฟิงนั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือ ห่างจากนางไปสิบกว่าก้าว กำลังมองนางอย่างสงบนิ่ง
ฉุยอิ๋งเตือนตนเองในใจ อย่าตื่นเต้น อย่าเป็นฝ่ายเข้าไปใกล้ก่อน
“หลิน...แม่ทัพใหญ่ ข้าถูกใส่ความ ถูกคุมขังในคุกโดยไม่มีเหตุผล ต่อมาพอสืบถามจึงรู้ว่าโชคดีที่เป็นกองทัพเจิ้นซีของพวกท่าน”
แม้เสียงของนางจะสั่นอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ
หลินเฟิงพินิจฉุยอิ๋งอย่างละเอียด นางดูตื่นเต้นอยู่บ้าง ทว่าก็นับว่าสมเหตุสมผล
“เข้ามาใกล้แล้วค่อยพูด”
ฉุยอิ๋งตื่นเต้นขึ้นมาในใจ นางควบคุมฝีเท้า ค่อย ๆ ก้าวไปข้างหน้า
เมื่อนางมาถึงจุดที่ห่างจากโต๊ะหนังสือเจ็ดแปดก้าว หัวใจก็เต้นรัวราวกับจะกระดอนออกจากอก เหลืออีกสามก้าวก็จะเข้าไปอยู่ในระยะห้าก้าวแล้ว
นางเดินหน้าต่อ เหลือเพียงก้าวเดียว ขณะที่เพิ่งยกขาขึ้น
ทันใดนั้น สตรีที่ยืนอยู่ข้างโต๊ะหนังสือของหลินเฟิงก็ก้าวออกมาสองก้าว ขวางหน้าฉุยอิ๋งไว้
เผยชีอินสังเกตเห็นความผิดปกติอย่างฉับไว นางขวางฉุยอิ๋งไว้แล้วกวาดตามองสตรีงดงามตรงหน้า
“เจ้า...ตื่นเต้นมาก เหตุใด?”
“ข้า...ข้าถูกใส่ความ เมื่อได้พบคนคุ้นเคยจึงยินดีมาก”
เผยชีอินยกมือขึ้นจัดปอยผมของตน ฉุยอิ๋งกลับสะดุ้งโหยง แล้วถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
