ทันใดนั้น พื้นดินก็สั่นสะเทือน ประตูหน้าต่างสั่นกราว ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว
“บัดซบ! นี่มันเรื่องอันใดกัน?”
ทุกคนต่างสะดุ้งลุกขึ้น พากันวิ่งออกจากห้องไปดูเหตุการณ์
หลินเฟิงเองก็นิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนขมวดคิ้วตวาด
“เวินเจี้ยน ปู้หยุนถิง พาทหารองครักษ์ทั้งหมดไปล้อมจุดระเบิดไว้ทันที ห้ามปล่อยให้ผู้ใดหลุดรอดไปได้!”
เวินเจี้ยนกับปู้หยุนถิงขานรับ แล้วหันหลังพุ่งออกจากห้องไปทันที
หลินเฟิงไม่จำเป็นต้องออกไปดู ก็เข้าใจเรื่องราวได้ในทันใด
ต้องเป็นอสนีบาตที่ถูกขโมยไปและถูกจุดระเบิดแน่
เผยชีอินหัวเราะกล่าวว่า “ดูท่าอสนีบาตคงยังไม่ทันออกจากเมืองซ่างหลิน ก็ถูกพวกเขาทำระเบิดเสียก่อน”
หลินเฟิงพยักหน้า “หึ ๆ สิ่งที่ข้าออกแบบไว้ ไหนเลยจะทำให้พวกมันเข้าใจได้ง่ายดายเพียงนั้น”
“จ้าวซั่ว ระดมกำลังพล ปิดเมืองทั้งเมือง จับกุมไป๋เยว่ซีกับพวก!”
คราวนี้หลินเฟิงเอ่ยชื่อโดยตรง
เขาคิดว่าทั้งการลอบสังหารและการโจรกรรม ล้วนเป็นฝีมือของไป๋เยว่ซี
จ้าวซั่วขานรับเสียงดังพลางวิ่งออกไป คราวนี้ต้องระดมคนให้มากกว่าเดิม พลิกค้นเมืองซ่างหลินให้ทั่วทุกซอกทุกมุม
นอกจากหน่วยองครักษ์หนึ่งพันนายของหลินเฟิงแล้ว จ้าวซั่วยังระดมกำลังห้าพันนายจากกองโจมตีระยะไกลของหลินเฉี่ยวเม่ย และอีกห้าพันนายจากกองทหารม้าเบาของหลี่ตงไหล หวังเฉียนถึงกับอาสานำกำลังห้าพันนายเข้าเมืองมาช่วยจับกุม
หูจิ้นไฉไม่ยอมน้อยหน้า นำทหารม้าเบาหนึ่งหมื่นนายของตนเข้าประจำการในเมือง ปิดกั้นเส้นทางเข้าออกทุกสายอย่างแน่นหนา
แม้แต่บนกำแพงเมืองก็ยังจัดเวรยามทุกสามก้าว ตั้งด่านตรวจทุกห้าก้าว
