ทหารกลุ่มนี้มีอยู่ราวสิบคน บ้างซักถาม บ้างระแวดระวังภัย อีกหลายคนเดินตรวจตราไปรอบ ๆ
ไป๋เยว่ซีถอดหมวกฟางออกอย่างสงบนิ่ง
ทหารคนนั้นมองป้ายเอว แล้วเพ่งพินิจใบหน้าของไป๋เยว่ซีอย่างละเอียด
เขาเองยังไม่แน่ใจ จึงเรียกทหารอีกคนมาปรึกษากัน
ไป๋เยว่ซีเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่า
“สองวันนี้ข้าป่วยอยู่ พักรักษาตัวที่บ้าน วันนี้เพิ่งรู้สึกดีขึ้นหน่อย จึงคิดจะไปเก็บหญ้าหมู พี่ชาย เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ กองกำลังกบฏกำลังจะบุกมาหรือ?”
ทหารคนหนึ่งขมวดคิ้ว “เก็บหญ้าหมูหรือ? วันนี้เจ้าออกจากเมืองไม่ได้ ไว้วันอื่นค่อยไปเถิด กลับบ้านไปอยู่ให้เรียบร้อย ดีที่สุดอย่าออกมา”
“เพราะเหตุใดเล่า หมูที่บ้านข้าอดมา 2 วันแล้ว หากยังไม่ได้กินอีกคงผอมโซเป็นแน่”
“บอกให้กลับบ้านก็กลับไป หากเดินเพ่นพ่านจะถูกจับได้ กลับไปเถิด”
ทหารคนนั้นคืนป้ายเอวให้ไป๋เยว่ซี พร้อมเร่งให้นางกลับบ้าน
ไป๋เยว่ซีไม่มีทางเลือก จึงหันหลังเดินกลับไป
เมื่อทหารกลุ่มนั้นเห็นนางหันหลังจากไป ก็พากันมุ่งหน้าค้นหาต่อ
ไป๋เยว่ซีได้ยินเสียงฝีเท้าด้านหลังค่อย ๆ ห่างออกไป จึงรีบหันกลับ เดินออกจากปากตรอกมุ่งหน้าไปทางประตูเมือง
นางคิดว่า ต่อให้ออกจากประตูเมืองไม่ได้ ก็ต้องหาที่ซ่อนใกล้ประตูเมืองไว้ก่อน
เดินไปได้ไม่นาน ก็ได้ยินผู้คนข้างทางสนทนากัน
“ไม่รู้เกิดเรื่องอันใดขึ้น ประตูเมืองปิดหมดแล้ว ไม่ให้เข้าออกเลย”
“ไม่ได้ยินเสียงฟ้าร้องหรือ? ในเมืองมีสายลับของกองกำลังกบฏ กองทัพเจิ้นซีกำลังจับสายลับอยู่”
“เช่นนั้นก็ไม่ให้เข้าออกหรือ?”
“ได้ยินว่ามีเพียงประตูทิศเหนือที่เปิดอยู่ แต่ตรวจเข้มงวดนัก หากไม่มีธุระสำคัญก็อย่าออกจากเมืองเลย”
