หลินเฟิงลงจากเรือ เดินขึ้นท่าเรือโดยไม่ปรายตามองทั้งสองคน แล้วมุ่งหน้าเดินต่อไป
คุณชายทั้งสองหน้าเจื่อน เพราะเมื่อวานยังพูดคุยกันอยู่แท้ ๆ
เหตุใดเพียงไปพักที่บ้านต้วนซานเหนียงคืนเดียว ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้จักพวกเขาแล้วหรือ?
“คุณชายท่านนี้ โปรดหยุดก่อน”
คุณชายสวี่ก้าวตามไปสองสามก้าว พลางตะโกนเรียกหลินเฟิงเสียงดัง
หลินเฟิงหยุดเดินแล้วหันกลับมา มองทั้งสองอย่างสงบนิ่ง
“ฮ่า ๆ คุณชายท่านนี้ ข้ายังไม่ทราบนามของท่านเลย”
คุณชายสวี่ประสานมือถาม
“มู่ชวน”
หลินเฟิงยังคงใช้ชื่อปลอมนี้
“อ้อ พี่มู่ ข้าสกุลสวี่ ส่วนท่านนี้คือคุณชายเซียว”
“ยินดีที่ได้รู้จัก”
คุณชายสวี่เดินมาหยุดตรงหน้าหลินเฟิง “พี่มู่จะไปแล้วหรือ?”
หลินเฟิงพยักหน้า “ยังมีธุระต้องจัดการ ข้าขอตัวก่อน”
คุณชายเซียวโบกพัด “ไม่ทราบว่าคุณชายมู่จะไปที่ใด?”
“นครหลวง”
ทั้งสองชะงัก นับว่าเป็นผู้มาจากนครหลวงจริง ๆ เช่นนั้นย่อมมีฐานะไม่ธรรมดา
“ขอถามได้หรือไม่ คุณชายมู่เป็นคุณชายจากตระกูลใดในนครหลวง?”
คุณชายสวี่กับคุณชายเซียวรีบค้นหาความทรงจำว่า ในนครหลวงต้าเจิ้งมีขุนนางใหญ่สกุลมู่คนใดบ้าง
แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะไม่มีใครนึกออกว่ามีขุนนางใหญ่สกุลมู่ในราชสำนัก
“ก็ตระกูลมู่นั่นแหละ” หลินเฟิงตอบเรียบ ๆ
“ขอถามว่าคุณชายมู่ดำรงตำแหน่งใด?”
คุณชายสวี่ไม่วางใจ หากไม่รู้เรื่องนี้ให้กระจ่าง กลับไปคงนอนไม่หลับ
สำหรับเขาแล้ว ต้วนซานเหนียงเป็นดั่งแสงจันทร์กระจ่าง ทุกคืนต้องมีแสงอันงดงามนี้ส่องกาย เขาจึงจะนอนหลับอย่างสงบได้
หลินเฟิงไม่ปิดบัง “ฝู่ถ่งหลิ่งองครักษ์แปดร้อยนายแห่งจวนอัครมหาเสนาบดี ทั้งยังเป็นครูฝึกใหญ่”
