หลินเฟิงส่ายหน้า “เฉี่ยวเม่ย ศึกครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก เพียงแต่ไม่ฟังคำพี่ ไม่รู้จักปกป้องตนเองให้ดี”
“พี่... คนพวกนั้นช่าง... ประหลาด...”
เสียงของหลินเฉี่ยวเม่ยค่อย ๆ เบาลง หลินเฟิงต้องแนบหูเข้าไปใกล้จึงจะได้ยิน
“พี่ เฉี่ยวเม่ยจะไปแล้ว... พี่ อย่าร้องไห้...”
หลินเฟิงกลั้นสะอื้นไว้ไม่อยู่ ร่างสั่นสะท้านพลางกอดหลินเฉี่ยวเม่ยไว้แนบอกแน่น
เผยชีอินได้ยินเสียงจึงรีบตามมา ยืนเหม่อมองหลินเฟิงที่เจ็บปวดจนแทบขาดใจอยู่ตรงประตู
ร่างของหลินเฉี่ยวเม่ยในอ้อมแขนเขาอ่อนปวกเปียก ทิ้งห้อยลงมาแล้ว
เผยชีอินกับเป้ยหมี่ยืนน้ำตาไหลเงียบ ๆ พยายามข่มความโศกเศร้าของตนไว้ กลัวว่าหากส่งเสียงจะรบกวนความสงบของทั้งคู่
เมื่อฟ้าสาง ทุกคนก็ได้รับข่าวการเสียชีวิตของแม่ทัพหลินเฉี่ยวเม่ย
ทั่วทั้งเมืองจินเฮาอบอวลไปด้วยบรรยากาศหม่นเศร้า
หูจิ้นไฉสั่งคนขี่ม้าเร็วไปยังเมืองจิงหนาน เพื่อจัดซื้อโลงศพและสิ่งของอื่น ๆ
หลินเฟิงให้ทุกคนรออยู่ด้านนอกห้อง ส่วนตนนั่งอยู่บนพื้นเพียงลำพัง มองหลินเฉี่ยวเม่ยที่นอนอยู่ด้านข้าง
ร่างของนางสวมเกราะครบถ้วนเรียบร้อย นอนสงบนิ่ง
ทั้งสองอยู่เช่นนั้น คนหนึ่งนั่ง คนหนึ่งนอน หลินเฟิงพร่ำพูดกับนางอยู่ตลอดทั้งวัน
เมื่อดวงตะวันใกล้ลับขอบฟ้า เผยชีอินจึงฝืนผลักประตูห้องเข้ามา แล้วลากหลินเฟิงออกไป
หลินเฉี่ยวเม่ยถูกบรรจุลงในโลงศพ ศาลาประกอบพิธีศพก็จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว
ขณะที่ทุกคนรอให้หลินเฟิงมาจัดการพิธีศพ เขากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ภายในห้องเหลือเพียงจดหมายฉบับหนึ่ง
