หอรุ่ยซิงเป็นสถานที่รื่นรมย์เปี่ยมรสนิยม ย่อมมีทั้งพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกพร้อมสรรพ
หลี่จ้งกลับมาพร้อมชุดเครื่องเขียนชั้นดีอย่างรวดเร็ว
สาวใช้ยกของบนโต๊ะออกจนหมด ปูแผ่นกระดาษให้เรียบร้อย ฝนหมึกและชโลมปลายพู่กัน เตรียมไว้ให้หลินเฟิงใช้
หลินเฟิงหยิบพู่กันขึ้นมา จุ่มหมึกเข้มข้นแล้วเขียนลงบนกระดาษหนึ่งบรรทัด จากนั้นเป่าให้แห้ง พับเก็บ ก่อนเลื่อนส่งไปตรงหน้าน่าเริ่นอย่างไม่ใส่ใจ
“น่าเริ่น จงไปเมืองชายแดนเจิ้นซีโดยเร็ว แจ้งหูจิ้นไฉให้ระดมกำลังพล กำจัดกองทัพที่สามแห่งซีเซี่ยให้สิ้นซาก”
เขาไม่ได้กล่าวสิ่งใดเกินจำเป็น หลังจากฟังเหรินตัวลี่จี๋บอกเล่าสถานการณ์ศึกก่อนหน้านี้ หลินเฟิงก็ประเมินว่าหูจิ้นไฉซึ่งประจำอยู่ ณ เมืองชายแดนเจิ้นซี ย่อมเข้าใจสถานการณ์รบทั่วทั้งหยินโจวเป็นอย่างดี
เพียงส่งคำสั่งให้โจมตีกองทัพที่สามแห่งซีเซี่ยไป หูจิ้นไฉ่ก็ย่อมรู้ว่าควรเปิดฉากโจมตีเช่นไร จึงจะบรรลุภารกิจกำจัดกองทัพที่สามแห่งซีเซี่ย
หลี่จี้ผิงอารมณ์เบิกบาน ตั้งใจมองหลินเฟิงเขียนหนังสือ พลางฟังถ้อยคำของเขา แล้วรู้สึกว่านี่ต่างหากคือราศีและความเด็ดขาดที่ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แห่งต้าจงพึงมี
เพียงไม่กี่คำ ก็ชี้ชะตาชีวิตของกำลังพลกว่าสองหมื่นนายในกองทัพที่สามแห่งซีเซี่ยได้แล้ว
น่าเริ่นมิได้ตอบ เพียงยื่นมือหยิบจดหมาย แล้วพลิกกายพุ่งออกทางหน้าต่างต่อหน้าสายตาทุกคน เสื้อคลุมสีดำสะบัดไหววูบกลางอากาศ ก่อนหายลับไปในพริบตา
เหรินตัวลี่จี๋ถามอย่างร้อนใจว่า “ท่านอ๋อง ทหารม้าศึกชั้นยอดห้าพันนายของข้า ยังช่วยกลับมาได้หรือไม่?”
หลินเฟิงถอนหายใจ “หากเมืองหยินโจวระดมกำลังสามหมื่นนายออกโจมตีกองทัพที่สามแห่งซีเซี่ยยามนี้ ทหารม้าห้าพันนายนี้อาจรอดกลับมาได้ไม่น้อย”
