แม่ทัพใหญ่แห่งเมืองเจิ้นซี ผู้เคยเลื่องชื่อไปทั่วดินแดนในอดีต บัดนี้กลับไม่ทราบว่าอยู่แห่งใด
ยามนี้ฉินฟางยังมาตายในสนามรบอีก ทำให้หลินเฟิงทอดถอนใจไม่รู้จบ
ส่วนทหารม้าศึกชั้นยอดสองหมื่นนายของกองทัพเจิ้นซีประจำเมืองชายแดนเจิ้นซี บัดนี้เหลือเพียงไม่ถึงห้าพันนายที่หนีกลับมายังเมืองชายแดนเจิ้นซี
ความสูญเสียเช่นนี้ นับเป็นศึกนองเลือดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของกองทัพเจิ้นซี
อู๋เซิ่งกล่าวจบก็เฝ้ามองหลินเฟิงด้วยสายตาคาดหวัง รอให้เขาเอ่ยปาก
“คลองส่งน้ำซ่อมเสร็จหรือยัง?”
หลินเฟิงนิ่งเงียบครู่หนึ่ง ก่อนถามถึงคลองส่งน้ำของทะเลสาบหงชิ่ง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่เมืองเจิ้นซีพึ่งพาอาศัย
อู๋เซิ่งส่ายหน้า “ทหารซีเซี่ยใจดำมือเหี้ยม คลองส่งน้ำถูกทำลายเสียหายหนัก จะซ่อมแซมย่อมยากยิ่ง”
เขาไม่กล้าบอกว่าคลองส่งน้ำเป็นฝีมือพวกตนที่ทำพัง เพียงโยนความรับผิดชอบทั้งหมดไปให้ทหารซีเซี่ย
หลินเฟิงใช้นิ้วเคาะโต๊ะ “คิดไม่ถึงว่าหลี่จี้เจ้าจะเป็นแม่ทัพที่มีสติปัญญาอยู่บ้าง”
“ใช่ คนผู้นี้เจ้าเล่ห์เพทุบาย เป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงของซีเซี่ย”
หลินเฟิงหันไปมองหลี่จี้ผิง “พวกท่านมีแผนรับมือหรือไม่?”
หลี่จี้ผิงอับจนถ้อยคำ หลายวันมานี้เขาไม่จัดการสิ่งใด ปล่อยให้คนอีกสามคนลงมือจัดการกันเอง
จางเอินอี้รีบกล่าวต่อ “ท่านอ๋อง พวกเราจนปัญญาแล้ว ประการแรก ส่งคนออกตามหาท่านอ๋อง ประการที่สอง พยายามประสานกับกองทัพเจิ้นซี ดูว่าแม่ทัพเอกหูจิ้นไฉจะส่งกำลังมาช่วยได้บ้างหรือไม่”
อู๋เซิ่งเหลือบมองน่าเริ่น “อีกประการหนึ่ง หัวหน้าน่าเริ่นจะเพิ่มกำลังพลได้หรือไม่ เพื่อถ่วงกำลังทหารซีเซี่ยไว้บ้าง”
