ท่าทีที่ราชสำนักมีต่อตน ตั้งแต่เบื้องบนจรดเบื้องล่าง หลินเฟิงได้ยินข่าวมาหมดแล้ว
ขุนนางทั้งหลายต่างคัดค้านการเลื่อนตำแหน่งให้หลินเฟิง แม้แต่ฝ่าบาทก็ทรงฟังคำไท่ซือว่าน จึงล้มเลิกความคิดที่จะเลื่อนตำแหน่งให้เขา
เพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน เหตุใดจู่ ๆ จึงมีราชโองการลงมา?
หานซู่เห็นหลินเฟิงมีสีหน้าฉงน จึงรีบประสานมือกล่าว
“มิกล้าปิดบังแม่ทัพใหญ่ ราชโองการฉบับนี้ ข้าน้อยตรวจดูอย่างละเอียดแล้ว ลายมือเป็นฝีมือของพี่ใหญ่จูที่เขียนแทน แต่ตราประทับและลายเซ็นล้วนไม่มีปัญหา”
ชีวิตของเขาเคยได้รับการละเว้นจากหลินเฟิง จึงไม่ปิดบังเรื่องนี้
ตามหลักแล้ว การทำเรื่องเช่นนี้โดยพลการ หากฝ่าบาททรงทราบ ต่อให้โบยจนตายก็นับว่าเบาแล้ว
“พี่ใหญ่จูของพวกเจ้าเขียนราชโองการแทนฝ่าบาทอยู่บ่อย ๆ หรือ?”
หานซู่พยักหน้าอย่างมั่นใจ “เป็นเช่นนั้นจริง”
จ้าวซั่วร้อนใจ “พี่ใหญ่ ในเมื่อราชโองการเป็นของจริง พวกเราจะกลัวอันใด ยกทัพบุกไปก็สิ้นเรื่อง”
หลินเฟิงวางท่าราวกับจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องใด คนที่ร้อนใจที่สุดจึงเป็นจ้าวซั่ว
กบฏโจมตีเมืองรักษาการณ์นครหลวง สถานการณ์คับขันยิ่งนัก เห็นทีทหารองครักษ์หลวงของไท่ซือว่านใกล้จะต้านไม่ไหวแล้ว
ทว่าจ้าวซั่วก็จนปัญญากับท่าทีของราชสำนัก
แม้แต่อ๋องรุ่ยผู้เป็นบิดาแท้ ๆ ของเขาก็ยังทำอะไรไม่ได้
แม้แต่จ้าวเจิ้นฮ่องเต้ยังไม่ทรงใส่พระทัยในบัลลังก์ แล้วขันทีจะร้อนใจไปไย?
หลินเฟิงใช้ราชโองการในมือเคาะโต๊ะหนังสือ
“ในทหารองครักษ์หลวงยังมีถ่งหลิ่งใหญ่ พวกเขาจะฟังคำสั่งข้าหรือ? สิ่งนี้มีประโยชน์อันใด?”
ทุกคนในห้องต่างมองเขาอย่างตะลึงงัน
