หลินเฟิงทอดสายตามองแม่น้ำหย่งติ้งอยู่ไกล ๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจยาว
อุปสรรคแรกที่เขาต้องเผชิญก็คือ ผู้คนมีมากเกินไปจนเสบียงไม่พอกิน
มีอยู่สองทางเลือก ทางหนึ่งคือไปตามหาเจ็ดวีรชนตระกูลเยี่ยน อีกทางคือปล้นชิงจากอำเภอหรือเมืองใกล้เคียง
หากเลือกปล้นชิง พวกชายฉกรรจ์บนเรือเหล่านี้ล้วนเคยชินกับการเป็นทาส กำลังรบของพวกเขาย่อมพอคาดเดาได้ คงไม่มีทางได้ผลดี
แต่กองกำลังของเจ็ดวีรชนตระกูลเยี่ยนใช่ว่าจะตามหาได้ตามใจ แม้แต่โจรสลัดยังจับทางการเคลื่อนไหวของพวกเขาไม่ได้ หากหลินเฟิงคิดจะตามหา คงต้องใช้เวลาอีกนาน
เสบียงบนเรือร่อยหรอลงทุกที หากภายในหนึ่งวันยังหาเสบียงมาเติมไม่ได้ กองกำลังขาดอาหาร ความเชื่อมั่นที่เพิ่งก่อร่างขึ้นมาได้ไม่นานคงพังทลายลงอย่างรวดเร็ว
หลินเฟิงเรียกเวินจ้าวหรงเข้ามาในห้องพักบนเรือ พลางมองถุงเสบียงที่เหลืออยู่ไม่กี่ถุง แล้วนิ่งคิดอยู่นาน
“เหล่าเวิน เจ้ามีหนทางแก้ปัญหาเรื่องอาหารหรือไม่?”
เวินจ้าวหรงกล่าวอย่างลำบากใจว่า “ใต้เท้า ท่านไม่จำเป็นต้องให้พวกเขากินอิ่มนักก็ได้ ชายฉกรรจ์พวกนี้กินจุเหลือเกิน”
หลินเฟิงโบกมือ “เมื่อพวกเขาติดตามข้าแล้ว หากยังกินไม่อิ่ม ย่อมทำให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะ หากมีวิธีใดก็จงบอกมา หากยังคิดไม่ออกในยามนี้ ก็ไปดูแลเรือให้ดี”
เวินจ้าวหรงขมวดคิ้วครุ่นคิด นี่เป็นครั้งแรกที่หลินเฟิงเอ่ยถามความเห็นจากเขา เขาจะทำให้ใต้เท้าผิดหวังได้อย่างไร
“ใต้เท้า เรือของพวกเราเข้าสู่แม่น้ำหย่งติ้งแล้ว เบื้องหน้าฝั่งตะวันออกคืออำเภอฉี ส่วนฝั่งตะวันตกคืออำเภอเม่า พวกเราเลือกสักแห่งแล้วเข้าเมืองไปหาเสบียงได้ขอรับ”
“อำเภอฉีกลายเป็นเมืองร้างไปแล้ว ไม่มีเสบียงเหลืออยู่”
