เรื่องราวเรียบง่ายนัก ระหว่างที่หน่วยลาดตระเวนรักษาเมืองออกตรวจตรายามค่ำคืน ก็พบว่าบ้านหลังหนึ่งยังมีแสงไฟส่องอยู่
ยามดึกสงัด ชาวเมืองส่วนใหญ่มักดับตะเกียงเข้านอนเพื่อประหยัดค่าน้ำมัน
น้อยคนนักจะจุดตะเกียงในยามวิกาล
เว้นแต่เหล่าบัณฑิตที่กำลังร่ำเรียน
เพื่อป้องกันเหตุเพลิงไหม้ยามค่ำคืน หน่วยลาดตระเวนจึงตัดสินใจเข้าไปสอบถาม พร้อมเตือนให้เจ้าของบ้านระวังอัคคีภัย
ใครจะรู้ว่าภายในบ้านมีคนกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่เต็มห้องอย่างเงียบงัน
เจ้าของบ้านชี้แจงว่า วันนั้นเป็นวันคล้ายวันเกิดของผู้อาวุโสในบ้าน เพื่อนบ้านจึงมาร่วมอวยพร
งานเลี้ยงยืดเยื้อไปหน่อย
กล่าวจบก็ให้ทุกคนแยกย้ายกลับไปทันที
เรื่องนี้ฟังดูไม่มีปัญหา ทว่าหลินเฟิงกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เขาจึงใช้นิ้วเคาะรายงานบนโต๊ะเบา ๆ
“ไปตามหัวหน้าผู้ปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้นมา”
ไป๋จิ้งหยิบรายงานบนโต๊ะขึ้นมาดูอย่างแปลกใจ ก่อนจะหมุนกายออกไปถ่ายทอดคำสั่ง
เบื้องหน้าหลินเฟิงมีชายวัยราวสามสิบปียืนอยู่ ใบหน้าคล้ำแดง ท่าทางสงบนิ่งเป็นธรรมชาติ
เขาเป็นหัวหน้ากองคนหนึ่งในกองรักษาเมือง ชื่อเซินเจิ้ง
หลินเฟิงพินิจเขาครู่หนึ่ง “รายงานฉบับนี้เจ้าเขียนหรือ?”
เซินเจิ้งเหลือบมองรายงาน แล้วพยักหน้ารับ
“เหตุใดตอนนั้นเจ้าจึงเขียนรายงานฉบับนี้?”
เซินเจิ้งยืดกายตรง “เรียนท่านแม่ทัพ ข้าน้อยรู้สึกว่าเรื่องนี้มีบางอย่างไม่ถูกต้องขอรับ”
หลินเฟิงยิ้ม “แล้วเหตุใดจึงไม่เขียนสิ่งที่เจ้าพบลงในรายงานเล่า?”
“ท่านแม่ทัพ ข้าน้อยเพียงคาดเดา ถือว่าเดาสุ่มก็ว่าได้ จึงไม่กล้าเขียนส่งเดชขอรับ”
เห็นหลินเฟิงมีท่าทีอ่อนโยน เซินเจิ้งจึงเกาศีรษะ เอ่ยอย่างกระดากอาย
