ซือหม่าเซินประสานมืออย่างร้อนรนแล้วกล่าวว่า “ท่านแม่ทัพเอกโปรดรอก่อน ขุนศึกกองทัพเจิ้นซีที่พลีชีพไป แคว้นซีเซี่ยของเราได้ส่งเงินชดเชยจำนวนมากมาให้แล้ว หากท่านแม่ทัพเอกเห็นว่ายังไม่พอ ภายหลังเราจะชดเชยเพิ่มเติม อีกทั้งฝ่าบาทแห่งแคว้นซีเซี่ยได้ทรงมีพระราชสาส์นถึงฮ่องเต้ต้าจง ขอเจริญไมตรีฉันเพื่อนบ้าน พระราชโองการของฮ่องเต้ต้าจงคงกำลังเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว”
หูจิ้นไฉชะงักไป “ฮ่องเต้ต้าจงหรือ? พระราชโองการส่งมาถึงข้าแล้วรึ?”
พลันมีเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นในกระโจมบัญชาการ
ใครบ้างไม่รู้ว่ากองทัพเจิ้นซีแห่งต้าจงเป็นกองกำลังสายตรงของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หลินเฟิง อย่าว่าแต่ฮ่องเต้ต้าจงเลย นอกจากหลินเฟิงแล้ว ยามเกิดเรื่องใหญ่ พวกแม่ทัพเอกอย่างพวกเขาพูดไปก็ไม่มีประโยชน์
ซือหม่าเซินเองก็เข้าใจสถานการณ์ของต้าจงดี เขารู้ว่าผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์หลินเฟิงมีอำนาจเหนือผู้ใด ฮ่องเต้ต้าจงจ้าวฉุนเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น
ทว่าในสถานการณ์ยามนี้ หลินเฟิงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนฮ่องเต้ต้าจงจ้าวฉุนก็เริ่มแสดงท่าทีขึ้นมาแล้ว บางทีหากฮ่องเต้ตรัสอะไรสักคำ หูจิ้นไฉอาจไม่เชื่อฟัง แต่ก็คงลังเลอยู่บ้าง
หูจิ้นไฉตบโต๊ะหนังสือ “ดังที่เจ้าว่า ข้าเองก็ยังไม่ได้รับพระราชโองการอะไรเลย...”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ก็มีเสียงกีบม้าควบกระชั้นดังมาจากนอกกระโจม
“รายงาน! ข่าวด่วนระยะทางแปดร้อยหลี่...”
เมื่อเสียงตะโกนดังขึ้น ม้าศึกก็มาถึงหน้ากระโจมบัญชาการกลาง ก่อนถูกคนขี่รั้งบังเหียนไว้
ชั่วพริบตาต่อมา ทหารนายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาทางประตูกระโจม คุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น แล้วยกม้วนพระราชโองการขึ้นเหนือศีรษะ
“รายงานท่านแม่ทัพเอก ข่าวด่วนระยะทางแปดร้อยหลี่จากราชสำนัก พระราชโองการมาถึงแล้ว”
