ไม่นานนัก หรงหรงก็ทะยานกายมาถึงข้างอาจารย์ ก่อนยืนนิ่งเงียบอยู่ด้านข้าง
“อาจารย์ พวกเรากลับเรือกันเถิด”
ผ่านไปครู่ใหญ่ หรงหรงจึงเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“อืม อาจารย์เหน็ดเหนื่อยอยู่บ้าง กลับไปพักผ่อนก็ดีเหมือนกัน”
น้ำเสียงของเย่ไห่ซานแฝงความหดหู่
ในโลกนี้ ผู้มีพรสวรรค์ด้านการฝึกตนหาได้ยากยิ่ง ส่วนอัจฉริยะยิ่งมีน้อยดุจขนหงส์เกล็ดกิเลน เย่ไห่ซานวัยกว่าแปดสิบปีบำเพ็ญอยู่บนเขามาตลอดชีวิต เพิ่งลงจากเขามาเที่ยวครานี้ กลับพบคนเช่นนี้เข้าเสียแล้ว
หรือสวรรค์กำลังล้อเล่นกับตนอยู่?
หรงหรงรู้ความในใจของอาจารย์ จึงยิ้มขื่นพลางปลอบว่า
“อาจารย์ พวกเราได้พยายามสุดกำลังแล้ว ชะตาสวรรค์มิอาจฝืน”
เย่ไห่ซานย่อมเข้าใจเหตุผล เขาสะบัดแขนเสื้อ ร่างทะยานขึ้นราววิหคยักษ์ โผผินลอยไปตามแรงลม ก่อนกลืนหายเข้าไปในรัตติกาลชั่วพริบตา
หรงหรงเร่งตามไปติด ๆ ออกแรงถีบพื้นด้วยสองเท้า ส่งร่างพุ่งทะยานออกไป
หลินเฟิงออกจากเมืองฟู่อันแล้ว เขาชำระคราบเลือดทั่วร่างในแม่น้ำหย่งติ้ง ทั้งยังเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าที่ฉวยมาได้ชุดหนึ่ง
เมื่อร่างกายเบาสบาย เขาก็นั่งลงริมฝั่ง มองสายน้ำเชี่ยวกรากใต้แสงราตรี
ก้าวต่อไปควรทำอย่างไร?
สึรุตะ โชเป็นบุตรสาวของสึรุตะ เก็น ส่วนตนก็กลายเป็นผู้ถูกตามล่าอันดับหนึ่งของสึรุตะ เก็นและสำนักมุเน็นริว
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนี้ เห็นได้ชัดว่าฝีมือของตนยังห่างชั้นจากผู้ฝึกตนระดับสูงของสำนักเร้นกายมากนัก
เมื่ออยู่ต่อหน้าคนเหล่านั้น ตนไร้กำลังตอบโต้ เหลือเพียงถูกทุบตีอยู่ฝ่ายเดียว
หากไม่ได้กระบี่หักคุ้มครอง หลินเฟิงคงกลายเป็นศพเย็นชืดไปนานแล้ว
