เซี่ยจ้งกล่าวอย่างอดทนว่า “มิใช่เรื่องกลัวหรือไม่กลัว แต่เป็นเรื่องว่าจะถอนกำลังออกมาได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ และยอมถอยออกจากระยะยิงของปืนกลหนัก”
ซือถูหยงโต้แย้งว่า “แม่ทัพเซี่ย กองทัพเจิ้นซีของพวกเราพึ่งพาอาวุธปืนเหล่านี้ทั้งหมดไม่ได้ แต่ก่อนท่านอ๋องนำพวกเราบุกเบิกแผ่นดิน อาศัยความสามารถในการเข้าตีทะลวงของทหารม้าศึกกองทัพเจิ้นซี มิได้มีของพรรค์นี้เสียหน่อย”
เวินเจี้ยนถามเสียงเรียบว่า “แม่ทัพซือ ปืนลูกซองใช้งานได้ดีหรือไม่?”
ซือถูหยงชะงัก “เอ่อ ใช้ได้ดี ย่อมร้ายกาจกว่าธนูมากจริง ๆ”
“เช่นนั้นเล่า ท่านอยากให้ผู้คนล้มตายเพิ่มบนสนามรบ หรืออยากช่วยพวกเราประหยัดกระสุนให้มากขึ้น?”
เวินเจี้ยนถามต่อเนื่อง
ยังไม่ทันรอซือถูหยงตอบ เซี่ยจ้งก็เอ่ยรับคำแล้ว
“ท่านอ๋องนำพวกเราบุกเบิกแผ่นดินในวันนั้น วินัยเหล็กข้อแรกของท่าน ท่านคงจดจำได้ขึ้นใจ แล้วกลยุทธ์การใช้ทหารของท่านอ๋องให้ความสำคัญกับสิ่งใดที่สุด?”
“เรื่องนี้... ย่อมเป็นการรักษาชีวิตเหล่าทหารให้ได้มากที่สุด”
“หึ ๆ ที่แท้ท่านยังไม่ลืม”
ซือถูหยงเกาศีรษะอย่างกระอักกระอ่วน “แม่ทัพทั้งสอง ข้าเพียงอยากชิงลงมือก่อนการรบทางปีกขวาจะเริ่ม พวกเราปะทะกับข้าศึกก่อน จะได้ยึดค่ายปีกซ้ายมาให้เร็วที่สุด”
เซี่ยจ้งโบกมือ “รบก็คือรบ อย่าชิงดีชิงเด่น ทั้งอย่าเอาชีวิตเหล่าทหารไปอวดอ้างผลงานการศึกของพวกเรา จงจำไว้”
“บุกสังหารกันกลางสนามรบ จะไม่มีคนตายได้อย่างไร หวาดกลัวจนไม่กล้าทำสิ่งใด มิใช่สิ่งที่ท่านอ๋องสั่งสอนพวกเรามากระมัง”
“ท่านอ๋องสอนให้พวกเราใช้ความสูญเสียให้น้อยที่สุด เพื่อคว้าชัยชนะให้มากที่สุด และทำทุกสิ่งอย่างสุดกำลังเท่านั้น ควรใช้ความคิดให้มาก ดีกว่าหุนหันลงมือ”
