แม้ถงเถี่ยเฉียงจะเดือดดาลถึงขีดสุด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายกุมป้ายของถ่งหลิ่งไว้ในมือ แล้วเขาจะทำอันใดได้เล่า?
ยิ่งไปกว่านั้น แม้เขาจะก่อการกบฏแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับคำสั่งใดให้เปิดศึกกับต้าเจิ้งอย่างเป็นทางการ หากทำให้การใหญ่เสียหาย เกรงว่าทั้งตนเองและพวกพ้องจะต้องสูญสิ้นอนาคตและชีวิต
กัวจงยกมือชี้ไปยังเหล่าทหารองครักษ์ที่ยืนล้อมอยู่โดยรอบ
“จงฟังให้ดี หากผู้ใดกล้าขัดขวางงานของท่านถ่งหลิ่ง ไม่เพียงจะตัดศีรษะพวกเจ้า แต่ยังจะล้างตระกูลให้สิ้น!”
เห็นทุกคนก้มหน้าเงียบงัน กัวจงก็หัวเราะหึ ๆ
“วันนี้เป็นวันมงคลที่องค์รัชทายาทขึ้นครองราชย์ พวกเจ้าจงตั้งใจให้ดี หากเกิดเหตุปล้นเสบียงขึ้นอีก พวกเจ้าทั้งหมดจงไปตายเสียให้หมด!”
กล่าวพลาง เขาก็ค่อย ๆ เดินวนไปท่ามกลางเหล่าทหาร
เมื่อมาถึงหน้าองครักษ์สองนายที่ถูกทำร้าย เขายื่นนิ้วชี้ไปยังแก้มของทั้งคู่
“จงจำไว้ให้ชัด ต่อไปเมื่อพบข้า พวกเจ้าต้องนอบน้อมและมีมารยาท มิฉะนั้น จุดจบของพวกเจ้าก็จะเป็นเช่นสองคนนี้”
เหล่าทหารทั้งลานต่างอัดอั้น แต่ไม่กล้าเงยหน้า กระทั่งความกล้าที่จะถลึงตาใส่กัวจงสักครั้งยังไม่มี
แม้แต่แม่ทัพถงเถี่ยเฉียงที่ร่างสูงใหญ่ ก็ยังก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยวาจา
กัวจงยิ่งได้ใจ สายตากวาดไปยังหลินเฟิงซึ่งยืนอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นว่าเขาเป็นคนเดียวที่กล้าเงยหน้ามองตน จึงก้าวเข้าไปหา
“เจ้าหนุ่ม หน้าตาผุดผ่องเช่นนี้ เป็นคนจากตระกูลใด?”
ใบหน้าหลินเฟิงยังคงประดับรอยยิ้มอ่อนโยน สายตาทอดผ่านกัวจงที่ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า ไปยังถงเถี่ยเฉียงที่อยู่ไม่ไกล
