ต้วนซานเหนียงอดกลั้นอยู่นาน กดข่มความรู้สึกที่ปั่นป่วนลงอย่างยากเย็น ก่อนยกมือเรียก
“ต้วนไค พาคุณชายท่านนี้ไปชำระกายและพักผ่อนที่เรือนด้านหลัง”
ชายผู้รับผิดชอบดูแลความเรียบร้อยรีบก้าวออกมารับคำ แล้วเดินมาหาหลินเฟิง ก่อนประสานมือค้อมกาย
“คุณชาย เชิญทางนี้ขอรับ”
หลินเฟิงพยักหน้าให้ต้วนซานเหนียงโดยไม่เอ่ยวาจา จากนั้นก็หมุนกายเดินตามต้วนไคไป
ทุกคนมองแผ่นหลังของหลินเฟิงจนลับหายไปตรงปลายระเบียงทางเดิน แล้วหันกลับมา จึงเห็นว่าต้วนซานเหนียงกลับไปนั่งอยู่หลังโต๊ะหนังสือแล้ว
คุณชายสวี่กลอกตาไปมา
“เถ้าแก่ใหญ่ต้วน คุณชายท่านนี้เป็นสหายของท่านจริงหรือ?”
ต้วนซานเหนียงกลับมาสงบนิ่งดังเดิมแล้ว นางไม่แม้แต่จะมองคุณชายสวี่
“ข้าไม่รู้จักคนผู้นี้”
คุณชายสวี่เองก็ยังตั้งตัวไม่ทัน
ไม่รู้จัก แล้วให้คนพาไปเรือนด้านหลังทำไม?
ยังให้ชำระกายอีก คิดว่าข้าโง่หรือไร?
ขณะที่ทุกคนกำลังลอบครุ่นคิด ต้วนซานเหนียงก็ลุกขึ้นจัดชายกระโปรง
“ทุกท่าน วันนี้พอแค่นี้ก่อน ข้ายังมีธุระ ไว้วันหลังค่อยมาพบกัน”
กล่าวจบก็หันกายเดินไปทางประตูหลัง
คุณชายสวี่เห็นดังนั้นจึงรีบก้าวไปข้างหน้า “เถ้าแก่ใหญ่ต้วน ข้ามีเรื่องสำคัญ ขอรบกวนเวลาอีกสักครู่”
คุณชายเซียวเองก็ไม่ยอมมาเสียเที่ยว
“ซานเหนียง ข้าเองก็มีเรื่องสำคัญจะหารือ ขอเชิญหยุดก่อน”
พ่อค้าร่างอ้วนกล่าวอย่างร้อนใจ “ใช่แล้ว ใช่แล้ว พวกข้าล้วนมีธุระด่วนต้องจัดการ”
ต้วนซานเหนียงยังคงก้าวเดินต่อ “ข้าบอกแล้วว่าไว้วันหลังค่อยหารือ”
คุณชายสวี่กับคุณชายเซียวไม่ยอมรามือง่าย ๆ ต่างเร่งฝีเท้าตามไป หมายขวางต้วนซานเหนียงไว้
ใครจะรู้ว่าองครักษ์ซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ พลันก้าวมาขวางตรงหน้าทั้งสอง
