ผู้ที่ร่วมต้อนรับคณะทูตพร้อมกับฉินฟางยังมีเหวินเฉิง ทั้งสองคนหนึ่งบุ๋นหนึ่งบู๊
พวกเขาแบ่งกันนั่งประกบซ้ายขวากับจางเอินอี้และขุนนางซีเซี่ยคนอื่น ๆ
ฉินฟางไม่สนใจเรื่องอื่น สิ่งเดียวที่อยากรู้คือ ตู้ลี่เซิ่งซึ่งหลินเฟิงเรียกร้องให้ส่งตัวกลับมาแลกกับเหรินตัวลี่จี๋ในครานี้อยู่ที่ใด
เหวินเฉิงส่งสายตาเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉินฟางจึงค่อยสะกดความร้อนใจไว้ได้
เมื่อทั้งสองฝ่ายทักทายและแนะนำตัวกันเสร็จ ฉินฟางก็สูดหายใจลึก
“ใต้เท้าจาง ไม่ทราบว่าครานี้นำตู้ลี่เซิ่งแห่งทหารประจำเมืองเจิ้นซีมาด้วยหรือไม่”
จางเอินอี้พยักหน้า “เรื่องนี้ตกลงกับท่านแม่ทัพหลินไว้ในจดหมายแล้ว จะใช้ตู้ลี่เซิ่งและคนอื่น ๆ แห่งทหารประจำเมืองเจิ้นซีของพวกท่าน แลกกับจื่อฮุยสื่อเมืองหยินโจวอย่างเหรินตัวลี่จี๋และทหารคนอื่น ๆ ของเรา”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ท่านแม่ทัพฉิน ไม่ทราบว่าลูกน้องของแม่ทัพเหรินตัวลี่จี๋ยังมีคนถูกคุมขังอยู่ในเมืองชายแดนอีกเท่าใด”
ฉินฟางตอบ “173 คน”
จางเอินอี้ลอบตกตะลึง
ตอนนั้นเขารู้ดีว่าเหรินตัวลี่จี๋นำทหารม้าเหล็กมาถึง 5,000 นาย
หลังพ่ายแพ้ มีทหารม้ากว่า 300 นายทยอยหนีกลับเมืองหยินโจว
ที่นี่ยังมีเชลยอีก 173 คน
นั่นหมายความว่ากองกำลัง 5,000 นายของเหรินตัวลี่จี๋เหลือทหารม้าไม่ถึง 500 นาย
กองทัพชิงสุ่ยนี้เป็นกองทัพเช่นไรกัน เหตุใดจึงกระหายการเข่นฆ่าถึงเพียงนี้
ครุ่นคิดเพียงชั่วครู่ จางเอินอี้ก็เอ่ยขึ้นทันที
“ดี พวกเราอยากแลกตัวกลับไปพร้อมกัน ไม่ทราบว่า...”
ฉินฟางขมวดคิ้วถาม “ขอถามใต้เท้าจาง กองกำลังที่ติดตามตู้ลี่เซิ่งยังเหลืออยู่เท่าใด”
“เดิมมีทหารม้า 230 นาย ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บล้มตาย แต่ครานี้นำตู้ลี่เซิ่งมาเพียงคนเดียว หลังแลกตัวแม่ทัพเหรินตัวลี่จี๋แล้ว ค่อยแลกคนอื่น ๆ ภายหลังก็ได้”
