บุรุษกลุ่มนั้นยืนนิ่งไม่ขยับ ในหมู่พวกเขามีชายวัยสี่สิบเศษคนหนึ่ง ดูสะอาดสะอ้านกว่าคนอื่นอยู่บ้าง
ชายผู้นั้นก้าวออกมาหนึ่งก้าว เงยหน้ามองเวินเจี้ยนบนหลังม้าศึก
“ข้าคือผู้นำกองเรือสาขานครหลวงแห่งสมาคมขนส่งทางน้ำ นามว่าผ่อพัว มาที่นี่เพื่อขอพบแม่ทัพใหญ่หลินเฟิงแห่งกองทัพเจิ้นซี ไม่ทราบว่าสะดวกหรือไม่?”
เวินเจี้ยนได้ยินดังนั้นก็รู้ว่าคนเหล่านี้จงใจมาหาพวกเขา จึงระแวดระวังขึ้นมาทันที
องครักษ์ที่ติดตามอยู่ข้างกายเวินเจี้ยนทั้งสองคนต่างยกปืนในมือขึ้น
ทุกคนรู้ว่าพวกเขาเคยมีเรื่องบาดหมางกับสมาคมขนส่งทางน้ำ เกรงว่าอีกฝ่ายคงมาหาเรื่องถึงที่
ผู้นำกองเรือผ่อโบกมือไปมา “อย่าเพิ่งตื่นตระหนก พวกเรามาเพื่อขอคำชี้แจงเท่านั้น เหตุใดกองทัพเจิ้นซีของพวกท่านจึงทำร้ายพี่น้องของสมาคมขนส่งทางน้ำจนตายและบาดเจ็บไปมากมาย ทั้งยังชนเรือของพวกเราจมไปยี่สิบกว่าลำ?”
เวินเจี้ยนพยักหน้า “ได้ เช่นนั้นพวกท่านต้องการคำชี้แจงเช่นไร?”
ผู้นำกองเรือผ่อหัวเราะ “แผ่นดินนี้เป็นของราชวงศ์ต้าเจิ้งแล้ว ย่อมต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เมื่อมีคนของเราตาย กองทัพเจิ้นซีของพวกท่านก็ต้องชดใช้เงิน หรือไม่ก็ชดใช้ด้วยชีวิต พวกท่านเลือกเอาเถิด”
“อ้อ ดูท่าพวกท่านจะหาที่พึ่งได้แล้วสินะ”
“ไม่พูดให้มากความ สมาคมขนส่งทางน้ำสาขานครหลวงของพวกเราเป็นคนขององค์รัชทายาท พวกท่านชดใช้เงินสักหน่อยก็ไม่เกินไปกระมัง?”
เวินเจี้ยนคลี่ยิ้ม
“เจ้าเพิ่งมาถึงกระมัง?”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“รู้หรือไม่ว่าแม่น้ำจิ้นทั้งสายอยู่ในเขตปกครองของกองทัพเจิ้นซี สมาคมขนส่งทางน้ำกล้าพูดกับพวกเราเช่นนี้ ยังคิดจะทำมาหากินบนแม่น้ำจิ้นอีกหรือไม่?”
