สตรีทั้งสองล้วนโดดเด่นเหนือผู้คน ทั้งยังเฉลียวฉลาดยิ่ง การได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาทมาเนิ่นนานเช่นนี้ นับเป็นบททดสอบอันเข้มงวดต่อทั้งสติปัญญาและไหวพริบในการเข้าสังคม
พระสนมตู้ก้มหน้าลงด้วยความผิดหวัง
“หลินเฟิงจะสังหารสวี่จิ้นหรือไม่?”
พระสนมเอกว่านเหลือบมองนางแวบหนึ่ง มิกล้าเอ่ยปาก
ด้วยวิธีการของหลินเฟิง หากผู้ใดกล้าวางแผนเล่นงานเขา เขาย่อมไม่ปรานีเป็นแน่
เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากพระสนมเอกว่าน พระสนมตู้ก็เริ่มกระวนกระวาย
“น้องหญิง สวี่จิ้นกลายเป็นคนในครอบครัวของพี่ไปแล้ว จะช่วยชีวิตเขาได้อย่างไร?”
ความคิดของนางสับสนวุ่นวายไปหมด
พระสนมเอกว่านเองก็จนปัญญาจะตอบคำถามนี้ ได้แต่กุมมือนางไว้แน่น ปลอบประโลมอย่างเงียบงัน
“น้องหญิง พี่อยากไปหาหลินเฟิง ใช้ตัวพี่แลกชีวิตสวี่จิ้น”
พระสนมเอกว่านมองสีหน้าของนางด้วยความประหลาดใจ
“พี่หญิง ถึงขั้นนี้แล้วหรือ?”
พระสนมตู้พยักหน้าอย่างเขินอายเล็กน้อย
“เมื่อไม่มีสวี่จิ้น ในใจพี่ก็รู้สึกว่างเปล่าและทรมาน ทนอยู่ต่อไปแม้เพียงชั่วขณะยังมิได้”
พระสนมเอกว่านกล่าวอย่างเคร่งขรึมว่า “พี่หญิง เรื่องนี้อันตรายยิ่ง ด้วยฐานะของพวกเรา ไม่อาจมีใจจริงต่อผู้ใดหรือสิ่งใดได้”
“พี่รู้ แต่...ใจนี้หักห้ามมิอยู่...”
น้ำตาของพระสนมตู้ไหลรินลงมาอีกครั้ง
“เฮ้อ พี่หญิง หากเป็นเช่นนี้ พวกเราคงพลอยเดือดร้อนไปด้วย”
พระสนมเอกว่านเอ่ยพลางกวาดตามองไปรอบด้านอย่างระแวดระวัง เกรงว่าจะมีผู้ใดพบความผิดปกติของพวกนาง
“หากหลินเฟิงยอมไว้ชีวิตสวี่จิ้น พี่ขอสาบานว่าจะไม่ผูกใจเจ็บกับเรื่องที่ผ่านมาอีก ยินดีมอบทุกสิ่งที่พี่มีให้”
