สตรีนางนั้นมองกระบี่หักด้วยความฉงน
“คลื่นพลังที่กระบี่เล่มนี้แผ่ออกมา ทำให้ข้ารู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้าง หาไม่แล้วเหตุใดข้าต้องมาที่นี่ด้วยตนเองเพื่อตรวจสอบด้วยเล่า”
หลินเฟิงรีบกล่าวว่า “เช่นนั้นแล้ว ท่านอาจารย์ลองใช้กระบี่เล่มนี้แทงท้องข้า ดูว่าจะเอาชีวิตข้าได้หรือไม่ดีหรือไม่?”
ดวงตากลมโตทั้งคู่ของสตรีนางนั้นกลอกไปมา
“เจ้ากล้าใช้ร่างกายลองคมกระบี่หรือ?”
หลินเฟิงถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย “เฮ้อ ใครใช้ให้ข้าเป็นศิษย์อารามอวี้เฉวียนเล่า ข้าได้รับคำสั่งจากสำนักให้ตามหาสมบัติสืบทอดของสำนักกลับคืน หากไม่อาจนำกระบี่เล่มนี้กลับไปได้ ก็ไร้หน้าไปยังสำนัก ได้แต่พเนจรอยู่ในยุทธภพและเดียวดายจนสิ้นอายุขัย มิอาจก้าวสู่มหามรรคา มิสู้ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน บางทีอาจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของข้าได้”
หลินเฟิงกล่าวด้วยท่าทีโศกเศร้า สีหน้าแสนอาดูร จนเกือบเชื่อตัวเองเข้าเสียแล้ว
สตรีนางนั้นจิตใจบริสุทธิ์ เมื่อเห็นท่าทางของหลินเฟิงไม่คล้ายเสแสร้ง อีกทั้งได้ยินเขาบอกว่าจะใช้ร่างกายลองคมกระบี่ กล้าเอาชีวิตเข้าเดิมพัน ย่อมไม่มีทางเป็นเรื่องเท็จ
“ดี เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าลองทดสอบนิสัยของกระบี่เล่มนี้ ว่าตกลงเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายร้าย”
เดิมทีนางก็ไม่ได้ใส่ใจความเป็นความตายของหลินเฟิงอยู่แล้ว หากถูกกระบี่หักแทงตาย ก็แสดงว่ากระบี่เล่มนี้ไม่ควรเก็บไว้
หากหลินเฟิงไม่ตาย นางเองก็ถือว่าได้วางเรื่องค้างคาใจลง
ผู้บำเพ็ญตนมาถึงขั้นเช่นนางแล้ว ในใจจะมีตำหนิแม้เพียงน้อยนิดไม่ได้ ต้องมีจิตใจโปร่งกระจ่างไร้สิ่งกีดขวาง จึงจะมีหวังก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น
หลินเฟิงลอบยินดี กระบี่หักแทงท้อง จะเอาชีวิตเขาได้อย่างไร
