กระบี่หักส่งกระแสความคิดมาอย่างหดหู่
“ไม่มีผู้ใดจับตาข้า เป็นข้าที่แผ่สัญญาณออกไปครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่เพื่อค้นหาเจ้า จึงทำให้คนผู้นั้นตื่นตัว”
หลินเฟิงพยักหน้า เป็นเช่นนั้นจริง เขาอยู่ไกลถึงน่านน้ำระหว่างต้าจงกับต้าเหอ ยังได้รับสัญญาณจากกระบี่หัก พื้นที่ทั้งหมดแทบครอบคลุมครึ่งโลกแล้ว
“โชคดีที่นางยังไม่อาจยืนยันได้ว่า ข้าคือกระบี่ที่ถูกอาจารย์ปู่ของนางทำลายเมื่อครั้งนั้น”
“ต่อจากนี้จะทำอย่างไร?”
“ฟื้นฟูพลังสักหน่อย แล้วจากที่นี่ไป ยิ่งไกลยิ่งดี”
หลินเฟิงกลับขมวดคิ้ว “ด้วยความสามารถของสตรีผู้นั้น หากต้องการตามหาข้า คงมิใช่เรื่องยากเย็นนัก”
“ฮึ พวกเขายกตนเป็นฝ่ายธรรมะ มุ่งบำเพ็ญเพียร ไม่หาเรื่องผู้อื่นโดยไร้เหตุ ขอเพียงอย่าให้นางพบว่าเราสังหารคนก็พอ”
เมื่อได้ยินกระบี่หักกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ หลินเฟิงกลับรู้สึกว่าเรื่องนี้คงไม่ง่ายดายเช่นนั้น
“นางปล่อยพวกเราไปจริงหรือ?”
“มิฉะนั้นเล่า หากนางต้องการชีวิตเจ้า ป่านนี้ศพเจ้าคงเย็นชืดไปแล้ว”
“ข้ารู้สึกว่านางยังมีแผนอื่น มิได้คิดจะปล่อยให้พวกเราอยู่ตามลำพังจริงๆ”
“อย่าคิดมาก ขอเพียงเจ้าไม่ใช้ข้าสังหารคนอีก บางทีอาจรอดพ้นเคราะห์ครานี้”
หลินเฟิงยิ้ม “เรื่องนี้เจ้าวางใจได้ สำนักเร้นกายใหญ่ๆ หลายแห่งล้วนถูกข้าปราบจนยอมจำนนแล้ว พวกเราแทบไม่มีศัตรูอีก เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องสังหารผู้บำเพ็ญตนเหล่านั้น”
กระแสจิตของกระบี่หักกลับมิได้ผ่อนคลาย “อย่าประมาท ผู้บำเพ็ญตนที่หมายปองข้ามีไม่น้อยที่ถูกข้ากำจัดไป หากผู้ใดพบว่าข้ายังอยู่ในมือเจ้า เรื่องยุ่งยากจะยิ่งเพิ่มขึ้น”
“พวกเขาไม่กลัวว่าเราจะร่วมมือกันหรือ?”
กระบี่หักฟื้นคืนความสามารถได้ไม่น้อยแล้ว หลายเรื่องจึงตัดสินได้ด้วยตนเอง อีกทั้งยังมองทะลุนิสัยใจคอของผู้บำเพ็ญตนในโลกผู้บำเพ็ญได้อย่างกระจ่างแจ้ง
