หลินเฟิงเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย แผ่จิตสำนึกออกไปโดยรอบ ค้นหาร่องรอยเบาะแส
เขาเดินเตร็ดเตร่ตั้งแต่กลางวันจนราตรีมาเยือน กลับไม่พบสิ่งใดเลย
ทันใดนั้น หลินเฟิงก็นึกถึงคำพูดประโยคหนึ่งของอินซานเหลียง เมื่อหลายวันก่อนทหารองครักษ์หลวงจับกุมคนจากหอนางโลมไปมากมาย
เมื่อคิดเช่นนี้ จึงอดสงสัยไม่ได้ว่า หลิ่วซูเสวี่ยกับคนอื่น ๆ ถูกทหารองครักษ์หลวงจับขังไว้ในคุกด้วยหรือไม่
คิดได้ดังนั้น หลินเฟิงก็หันกายมุ่งหน้าไปยังคุกใหญ่ซิงปู้แห่งต้าเจิ้ง
คุกใหญ่ซิงปู้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของนครหลวง หลินเฟิงเคยมาแล้วหลายครั้ง เส้นทางจึงคุ้นเคยเป็นอย่างดี
หลบเลี่ยงทหารยามแล้ว หลินเฟิงก็เข้าไปในคุกอันมืดมิด ชื้นแฉะ และน่าสะพรึงกลัว เขาเดินลึกเข้าไปด้านใน พลางกวาดจิตสำนึกไปในความมืด
ภายในคุกมีนักโทษแออัดเต็มไปหมด ห้องขังสองข้างทางกั้นด้วยลูกกรงหนาแน่น ผู้ต้องขังอัดแน่นอยู่ข้างใน กลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งไปทั่ว
เขาเดินไปจนถึงสุดทางของคุก ก็ยังไม่พบคนรู้จัก
ระหว่างทาง ผู้คุมคนหนึ่งถือตะเกียงเดินตรวจจากด้านในออกมา ยามเดินสวนกับหลินเฟิงยังหันมามองเขาหลายครั้งด้วยความฉงน
หลินเฟิงไม่ใส่ใจ หันหลังเดินออกไปตามผู้คุมคนนั้น ก่อนจะเดินลอยชายออกจากประตูคุกอย่างเปิดเผย
เวลานี้ ผู้คุมหลายคนที่รวมตัวกันอยู่ตรงทางเข้าคุกต่างจ้องหน้ากัน แววตาเผยความงุนงง
“เอ๊ะ นั่นใครกัน?”
คนหนึ่งส่ายหน้า “ไม่รู้สิ ข้าก็กำลังจะถามเจ้าอยู่เหมือนกัน”
