หลินเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ได้ พวกเราปล่อยคนที่นี่ออกไปให้หมด ต้องสู้กับไอ้สารเลวพวกนั้นสักตั้ง ถึงจะระบายความแค้นในใจข้าได้”
“ใช่ ให้พวกมันได้ลิ้มรสความร้ายกาจของข้าบ้าง”
พี่ใหญ่สั่วเห็นด้วยกับคำพูดของหลินเฟิงอย่างกระตือรือร้น
หลินเฟิงประคองฝานโหรวให้ลุกขึ้น
“พวกเราไปกันเถิด”
หลินเฟิงแบกฝานโหรวไว้บนหลัง เดินออกจากคุกไปพลาง บอกให้พี่ใหญ่สั่วใช้กุญแจเปิดประตูคุกทุกห้อง และปล่อยนักโทษข้างในออกมาทั้งหมด
ในคุกใหญ่มีคนถูกขังอยู่หลายร้อยคน ทั้งชายและหญิง ส่วนใหญ่เป็นคนวัยกลางคนและหนุ่มสาว ล้วนเป็นผู้กล้าที่ปะทะกับทหารองครักษ์หลวงในยามที่พวกเขาออกเก็บเสบียง และถึงขั้นกล้าลงมือกับทหารองครักษ์หลวง
เดิมทีทุกคนก็อัดอั้นความแค้นอยู่เต็มอก ครั้นเสบียงในบ้านถูกทหารองครักษ์หลวงปล้นไปจนหมด ต่อให้ออกไปก็ไม่มีทางรอด ต่างพากันเดือดดาลด้วยความชอบธรรม เดินตามหลินเฟิงกับพี่ใหญ่สั่ว พลางตะโกนโห่ร้องกรูกันออกจากประตูคุก
ทหารหลายคนที่กำลังเคลิ้มหลับ พอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็สะดุ้งลุกขึ้นทันที ชักดาบออกมาข่มขู่ผู้คนเสียงดัง
ใครจะคิดว่าเพิ่งตะโกนไปได้ไม่กี่คำ ก็ถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งพุ่งเข้าใส่จนล้มคว่ำลงกับพื้น
ชั่วอึดใจต่อมา ผู้คนก็กรูกันเข้าไปทั้งเตะทั้งต่อย เพียงครู่เดียว ทหารไม่กี่คนนั้นก็แน่นิ่งไร้เสียง
ประตูคุกเปิดกว้าง ผู้คนนับร้อยกรูกันออกมา
เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นทั่วลาน ทหารหลายกลุ่มวิ่งพรวดออกมาจากทั่วทุกสารทิศ บ้างถือคบเพลิง บ้างถืออาวุธ ก่อนจะล้อมเข้ามาจากสี่ด้าน
พี่ใหญ่สั่วตะโกนก้อง “ฆ่ามัน! อย่างไรก็ต้องตายอยู่แล้ว ฆ่าได้หนึ่งคนก็ไม่เสียเปล่า ฆ่าได้สองคนก็ถือว่ากำไร...”
“ฆ่า! ฆ่าไอ้พวกสารเลวนี่ให้หมด...”
