เย่ไห่ซานหัวเราะร่วน
“ฮ่า ๆ เจ้าหนุ่ม กล้าพูดทุกเรื่องจริง ๆ หากเขาคิดเปลี่ยนไปสังกัดสำนักอื่น ข้าจะใช้นิ้วเดียวจิ้มเขาให้ตายเสีย”
หรงหรงยิ้มขื่น “ท่านอาจารย์ ไยต้องให้ท่านลงมือด้วยเล่า หากหรงหรงคิดเช่นนั้นจริง ย่อมฆ่าตัวตายต่อหน้าท่านอาจารย์เอง”
หลินเฟิงขมวดคิ้ว “ไม่ถึงกับร้ายแรงเพียงนั้นกระมัง?”
หรงหรงกล่าวอย่างจริงจัง “ร้ายแรงยิ่งกว่านั้นเสียอีก เจ้าหนุ่มอย่าพูดจาเหลวไหลอีก”
หลินเฟิงมีสีหน้าฉงน
“เมื่อครู่เจ้ายังเรียนวิธีทำเกลือบริสุทธิ์ของข้าไปแล้ว ก็ควรเรียกข้าว่าอาจารย์สักคำให้ได้ยินบ้างสิ”
หรงหรงเบิกตาค้าง พลันพูดไม่ออก
เย่ไห่ซานรีบแก้ต่าง “วิชานี้ไม่ใช่วิชานั้น วิธีทำเกลือบริสุทธิ์เป็นเพียงเรื่องจิปาถะในชีวิตประจำวัน เป็นวิชาหากินทั่วไป จะเรียนก็ได้ ไม่เรียนก็ได้”
หลินเฟิงไม่เข้าใจ “ท่านผู้อาวุโส หรือว่าวิชาของท่านเป็นสิ่งที่ต้องเรียนให้ได้หรือ?”
เย่ไห่ซานลูบเครา สีหน้าเปี่ยมความภาคภูมิใจ
“ย่อมเป็นเช่นนั้น วิชาของข้าเป็นสิ่งที่คนนับล้านอยากเรียนแต่กลับไม่มีวาสนาได้เรียน”
หรงหรงเองก็ทำท่าภาคภูมิใจอยู่ไม่น้อย
หลินเฟิงพยักหน้า “อืม ดูท่าจะดีกว่าเกลือบริสุทธิ์ของข้าอยู่บ้าง ไม่ทราบว่าวิชาของพวกท่านเรียนแล้วมีประโยชน์อันใด?”
หรงหรงยิ้มเยาะ “หึ รู้หรือไม่ว่าบนสวรรค์มีเทพสถิตอยู่?”
หลินเฟิงชี้ขึ้นฟ้า “เงยหน้าขึ้นสามฉื่อก็มีเทพสถิตอยู่ เด็กสามขวบยังรู้เลย”
“เจ้าหนุ่มสอนได้ ข้าเรียนวิชานี้ก็เพื่อบำเพ็ญมรรคานี้เอง”
หลินเฟิงชี้ไปที่หรงหรงอีกครั้ง “เจ้าเป็นเทพหรือ?”
หรงหรงส่ายหน้ารัวราวกับกลองป๋องแป๋ง
