ไป๋จิ้งปลอบโยนด้วยความสงสารว่า “พี่ชาย ตายก็ตายไปเถิด เงินทองตั้งหลายหีบมิใช่ว่าเราจะขาดแคลนเสียหน่อย”
หลินเฟิงเดือดดาล ชกเข้าที่อกของน่าหลานเต็มแรง
“จะตายหรือจะอยู่ ข้าเป็นผู้ตัดสินใจ หากคิดจะตายก็ต้องได้รับอนุญาตจากข้าก่อน”
“แต่นางคิดจะตาย คนอื่นก็ห้ามไม่ได้อยู่ดี”
ไป๋จิ้งกล่าวอย่างจนปัญญา
หลี่ซินเหยียนกลับถามด้วยความสงสัย “พี่ชาย ทำเช่นนี้แล้วจะช่วยชีวิตนางได้หรือ?”
หลินเฟิงไม่สนใจคำถามของนาง
“เฮอะ! องค์หญิงแห่งเผ่าคู่ลั่ว พระญาติของราชวงศ์เที่ยเจิน ต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้”
ไป๋จิ้งกล่าวยิ้ม ๆ ว่า “นางเป็นถึงเพียงนี้แล้ว ต่อให้เป็นเซียนก็ช่วยไม่ได้ พวกเรากลับกันเถิด พี่ชาย”
หลินเฟิงกำลังจะพยักหน้า
พลันเห็นหน้าอกอวบอิ่มของน่าหลานขยับขึ้นลงเล็กน้อย
หลินเฟิงนึกว่าตาฝาด จึงรีบก้าวเข้าไปแนบหูกับหน้าอกของนาง
ไป๋จิ้งยิ้มขื่น “พี่ชาย นางตายแล้วนะ”
หลินเฟิงราวกับไม่ได้ยินคำพูดของนาง มุมปากเริ่มยกขึ้น
จากนั้นก็ใช้สองมือกดหน้าอกของน่าหลานอีกครั้ง
สตรีทั้งสองขมวดคิ้วพลางส่ายหน้า เหตุใดหลินเฟิงจึงกลายเป็นคนไร้เดียงสาเช่นนี้?
ขณะที่ทั้งสองกำลังสงสัยในชีวิต จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงไอดังขึ้น
มิใช่เสียงของหลินเฟิง แต่เป็นเสียงของสตรี
ดวงตากลมโตทั้งสี่ข้างหันไปมองน่าหลานที่ใบหน้าซีดเผือดพร้อมกัน
“ฟื้นแล้วหรือ?”
“ฟื้นจากความตาย!”
สมองของทั้งสองพลันว่างเปล่า
ในที่สุดหลินเฟิงก็ผ่อนลมหายใจได้ เขานั่งขัดสมาธิลงกับพื้น เอียงศีรษะมองแก้มซีดขาวของน่าหลานที่ค่อย ๆ มีสีเลือดฝาดขึ้นมา
