หลินเฟิงยืนอยู่กลางโถงใหญ่ มิได้ตอบรับ เพียงทอดสายตามองผืนฟ้าสีครามนอกประตูอย่างเงียบงัน
ไม่นานเหล่าขุนพลก็ทยอยเข้ามารายงานกิจการทหารต่าง ๆ ทำให้หลินเฟิงละเรื่องอื่นไว้เบื้องหลัง ตั้งใจรับมือสถานการณ์ศึกตรงหน้า
การศึกกับโจรสลัดครั้งนี้ อาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำหน้ากว่าครั้งที่สู้กับคนเถื่อนมากมายนัก
บนหอประตูเมืองด้านตะวันออก ปืนใหญ่แปดกระบอกตั้งเรียงเป็นระเบียบอยู่ตามช่องเชิงเทิน
ปืนใหญ่เหล่านี้มาจากเรือรบเจิ้นซีหมายเลขสอง ลำกล้องยาว ระยะยิงไกล อานุภาพร้ายแรง
ลำกล้องเหล็กกล้าทอประกายสีครามเร้นลับ ประหนึ่งภูเขาไฟเงียบงันหลายลูก ครั้นพ่นเปลวเพลิงออกมา ย่อมกลืนกินชีวิตผู้คนมากมาย
นอกจากนี้ยังมีรถม้าที่ดัดแปลงและเสริมความแข็งแกร่งอีกแปดคัน แต่ละคันบรรทุกปืนใหญ่หนึ่งกระบอก ลากด้วยม้าศึกหกตัว ทั้งยังขยายล้อให้กว้างขึ้น เพื่อให้เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วบนเนินดินในพื้นที่นอกเมือง
ทหารม้าศึกสามพันแปดร้อยนายแบ่งเป็นสี่กอง มีหัวหน้าหน่วยองครักษ์ทั้งสี่ของหลินเฟิงเป็นผู้นำ บัดนี้จัดเตรียมพร้อมสรรพ อาวุธครบมือ
ณ ลานฝึกทหารในเมืองฝูหนิง ทหารหนึ่งหมื่นสองพันนายยืนเรียงแถวเป็นระเบียบ ทุกคนถือง้าวยาว มองออกไปสุดสายตาประหนึ่งผืนป่าคมศัสตราที่ส่องประกายเจิดจ้า
แผนการรบแจกจ่ายถึงมือขุนพลทุกนายแล้ว ต่างคนต่างมีหน้าที่ เหลือเพียงรอคำสั่งจากหลินเฟิง
หลินเฟิงยืนอยู่บนหอประตูเมือง มองค่ายทหารโจรสลัดนอกเมือง ภายในนั้นมีทหารโจรสลัดตั้งแถวเป็นกอง ๆ กำลังเคลื่อนพลและจัดขบวนรูปแบบต่าง ๆ
จากนั้นเขาก็หันกลับมามองกองทัพภายในเมืองอีกครั้ง
เผยชีอินยืนอยู่ข้างกาย มองค่ายโจรสลัดด้วยความกังวล
