ภูมิประเทศแถบนี้ค่อนข้างซับซ้อน กองกำลังเจ็ดวีรชนตระกูลเยี่ยนเคยอาศัยชัยภูมิหลบหนีการไล่ล่าของโจรสลัดได้หลายครั้ง
หลังทหารม้าศึกบุกผ่านประตูเมืองเข้าไป ต่างก็แยกย้ายหาที่พัก ลงจากม้าพักผ่อน
เยี่ยนเสี่ยวอี่พาหลินเฟิงมุ่งหน้าไปยังเรือนหลังหนึ่งกลางเมือง
เรือนหลังนี้แม้ไม่มีประตูรั้วแล้ว แต่ซุ้มประตูกลับยังตั้งตระหง่าน ลานเรือนก็สะอาดกว่าบริเวณอื่นอยู่บ้าง
“ที่นี่คือกองบัญชาการใหญ่ของพวกเรา กองกำลังเจ็ดวีรชนตระกูลเยี่ยน เจ้าอยู่ที่นี่รอเสี่ยวติงกับพวกกลับมาก่อน”
เยี่ยนเสี่ยวอี่กล่าวกับหลินเฟิง พลางควบม้าเข้าไปในเรือน
“ถ้าเยี่ยนเสี่ยวติงหาไม่พบข้าในเมืองนั้นจะทำอย่างไร?”
“วางใจเถิด หากหาเจ้าในเมืองไม่พบ นางจะมาที่อำเภอหลงเป็นที่แรก”
เยี่ยนเสี่ยวอู่ซึ่งตามมาด้านหลังตอบขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ
หลินเฟิงลงจากม้า ก่อนมีคนจูงม้าศึกออกไป
เยี่ยนเสี่ยวอู่นำเขาไปยังหน้าห้องที่ไม่มีบานประตู
“เจ้าพักอยู่ที่นี่ไปก่อน รอเสี่ยวติงกลับมาแล้วค่อยจัดแจงกันอีกที”
หลินเฟิงไม่ใส่ใจนัก ของติดตัวเขานอกจากกระบี่หักแล้วก็มีดสั้นอีกเล่ม กับเสบียงเล็กน้อยที่เยี่ยนเสี่ยวติงและพวกแบ่งให้
หลังนั่งบนหลังม้ากระเทือนมาตลอดครึ่งวัน ท้องก็หิวจนร้องแล้ว
ตอนถอนตัวออกจากเมืองนั้น หม้อเหล็กเก่า ๆ ใบนั้นก็ไม่ได้เอามาด้วย โจ๊กกินหมดแล้ว จำต้องหาข้าวของมาทำอาหารใหม่
หลินเฟิงครุ่นคิดว่าจะลองถามดูว่าพวกเขาพกเกลือมาหรือไม่ ต่อให้จับสัตว์ป่ามาย่างกิน หากไม่มีเกลือก็ยากจะให้รสชาติซึมเข้าเนื้อ
ที่นี่อยู่ริมทะเล การหาเกลือสักหน่อยคงไม่ยาก
