ประหนึ่งสายฟ้าฟาดกลางราตรี เผยแสงเจิดจ้าสายหนึ่งให้ผู้คนได้เห็น ทว่าชั่วพริบตาก็ดับวูบ หายลับไปในความมืดมิดอันหนาทึบ
การฝึกของมู่ชวนได้ผล ทว่าวิธีฝึกของเขากลับไม่มีผู้ใดล่วงรู้อีกแล้ว
ทหารทุกนายที่เคยผ่านการฝึกหรือพบเห็นการฝึก ล้วนถูกมู่ชวนพาตัวไปหมดสิ้น
เหล่านักรบชั้นยอดแห่งต้าเจิ้งเหล่านี้ ได้ฝังความหวังขององค์รัชทายาทไว้ในอำเภอเฟิงผิงอย่างสิ้นเชิง
จ้าวเจียนฟาดรายงานศึกลงบนโต๊ะหนังสืออย่างแรง คิ้วขมวดตั้งชัน โทสะพลุ่งพล่าน
“ไร้ประโยชน์ โอหัง ทะนงตน บัดซบเอ๊ย...”
เขาไร้ที่ระบายโทสะ จึงได้แต่สรรหาถ้อยคำเท่าที่นึกออกมากล่าวซ้ำ เพื่อคลายความอัดอั้นในใจ
เขาวางแผนแนวทางการศึกขั้นต่อไปไว้แล้ว เพียงรอให้กองเจิ้นเฟิงกลับมา แล้วจึงเผยแพร่กลวิธีการรบไปทั่วทัพหลวงต้าเจิ้ง
ย่อมจินตนาการได้ไม่ยากว่า เมื่อกำลังรบของทหารรักษาพระองค์สามหมื่นนายเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว สนามรบที่ต้องเผชิญหน้ากับโจรสลัดจะเปลี่ยนแปลงไปเช่นไร
ฉากที่กองทัพบดขยี้โจรสลัดอย่างท่วมท้น ได้ปรากฏขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในความคิดของจ้าวเจียน
เมื่อมีกองทัพที่รบไม่เคยพ่ายอยู่ในมือ ตำแหน่งองค์รัชทายาทของเขาย่อมมั่นคงไร้เทียมทาน
อนาคตช่างงดงามเสียเหลือเกิน แผ่นดินต้าเจิ้งประหนึ่งอยู่ใกล้แค่เอื้อม
ต่อหน้าจ้าวเจียนผู้เป็นองค์รัชทายาท กองเจิ้นเฟิงเป็นดั่งฟองสบู่หลากสีสัน เพียงได้รับรายงานศึกก็แตกกระจายเป็นเสี่ยง หายไปในอากาศ
นี่มิใช่เพียงความฝันของเขาที่พังทลาย แต่สถานการณ์คับขันเบื้องหน้ายังจะยิ่งหนักหน่วงและไร้ทางแก้
เดิมทีแผนการของเขากับเสด็จพ่อวางไว้เป็นอย่างดี อาศัยช่วงเวลาที่ชายฝั่งสงบสุขตามข้อตกลงกับโจรสลัด ยกทัพมุ่งตะวันตกเข้ายึดแปดเมืองเจิ้นซี แล้วรวมแผ่นดินต้าเจิ้งให้เป็นหนึ่ง
