หูจิ้นไฉ แม่ทัพเอกแห่งกองทัพเจิ้นซี ย่อมรู้ว่าเมื่อคราวหลินเฟิงยกทัพไปตีต้าเหอ ได้สร้างอาวุธร้ายกาจขึ้นมาหลายชนิด ทว่าเขาเพียงได้ยินมาเท่านั้น ยังไม่เคยเห็นกับตา
ครานี้ได้ยินว่าหลินเฟิงส่งกองกำลังนี้มายังสนามรบหยินโจว ทั้งยังมอบหมายให้เขาบัญชาการจัดสรรทั้งหมด หูจิ้นไฉ่จึงตื่นเต้นยินดีอยู่ในใจ
เขาอยากเห็นนักว่า ยังมีอาวุธใดร้ายกาจยิ่งกว่าปืนลูกซอง หน้าไม้ ดาบเหล็ก และโล่กลมที่ทหารม้าศึกแห่งกองทัพเจิ้นซีใช้อยู่ในยามนี้
เมืองชายแดนเจิ้นซีอยู่ห่างจากค่ายที่เขาประจำการในหยินโจวกว่าสามร้อยลี้ หูจิ้นไฉรออยู่ถึงสามวัน จึงได้เห็นกองกำลังของเซี่ยจ้งและคนอื่น ๆ เคลื่อนขบวนรถม้าคันเล็กคันใหญ่มาถึง
หูจิ้นไฉขมวดคิ้วครุ่นคิด กองกำลังที่เคลื่อนทัพเชื่องช้าเช่นนี้จะร้ายกาจกว่าทหารม้าศึกของตนได้สักเพียงใดกัน?
หูกว่างยืนอยู่ข้างหูจิ้นไฉ เขารู้ความรู้สึกของบิดาบุญธรรม อีกทั้งยังเคยได้ยินถึงความเก่งกาจของกองทัพที่บุกต้าเหอ แค่ใช้ทหารไม่กี่พันนายก็ยึดเกาะใหญ่แห่งต้าเหอได้แล้ว นับว่าเป็นกองกำลังที่ไม่ธรรมดา
ทว่าหูกว่างกลับเชื่อว่า ทหารม้าศึกสามพันนายที่ตนบัญชาการต่างหาก คือกองกำลังที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์ดีที่สุดในกองทัพเจิ้นซี ไม่ว่าจะเป็นทักษะการขี่ม้า การยิงธนู การบุกทะลวง หรือการต่อสู้ประชิดตัว ล้วนไม่มีหน่วยใดเทียบพวกเขาได้
ไม่เพียงแต่ในกองทัพเจิ้นซี เมื่อมองไปทั่วหล้า กองกำลังที่อาจทัดเทียมทหารม้าศึกสามพันนายของเขา แม้ผ่านศึกมานับร้อยครั้ง หูกว่างก็ยังไม่เคยพบเห็น
“ท่านพ่อ...”
หูกว่างเพิ่งเอ่ยปาก หูจิ้นไฉก็ปรามเสียงต่ำ
“ที่นี่ต้องเรียกแม่ทัพเอก”
